สวัสดีค่ะ   วันนี้เป็นวันหยุดราชการค่ะ (เย่..ได้พักผ่อน ๆ)  

 

เพราะว่าเป็น "วันจักรี" ที่ตรงกับวันที่ ๖ เมษายน ของทุกปีไงคะ  ^^

 

 

"วันจักรี" เป็นวันที่ระลึกถึงพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ ๑)

วันจักรี ตรงกับวันที่ ๖ เมษายนของทุกปีค่ะ เป็นวันที่ระลึกถึง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และพระบรมมหาราชวงศ์จักรี

ประวัติของวันจักรมีว่า เมื่อวันที่ ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๓๒๕ (ตรงกับ วันเสาร์ เดือน 5 แรม 9 ค่ำ ปีขาล จัตราศก จุลศักราช 1144) เป็นวันที่ "พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช" เสด็จปราบดาภิเษกขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี สมัยรัตนโกสินทร์ ขณะมีพระชนมายุได้ 45 พรรษา และทรงสร้างกรุงเทพมหานคร เป็นเมืองหลวงของประเทศไทย มาจนถึงทุกวันนี้

          ด้วยพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว ในปี พ.ศ. ๒๔๑๖ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  (รัชกาลที่ ๕) จึงโปรดเกล้า ฯ ให้หล่อพระบรมรูป พระเจ้าอยู่หัวทั้ง ๔ พระองค์ ( ร.๑ - ๔ ) เพื่อประดิษฐานไว้ให้พระมหากษัตริย์องค์ต่อมา พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และประชาชนได้ถวายบังคมระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ เป็นธรรมเนียมปีละครั้ง และโปรดเกล้าให้อัญเชิญไปประดิษฐานไว้บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และมีการย้ายที่หลายครั้ง เช่นพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ปราสาท และพระที่นั่งศิวาลัยปราสาทเป็นต้น

          ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖) ได้ทรงโปรดให้ย้ายพระบรมรูปทั้ง ๔ ( ร.๑ - ๔ ) มาไว้ ณ ปราสาทพระเทพบิดร ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พร้อมกับพระบรมรูปของรัชกาลที่ ๕ พระชนกนาถ พระที่นั่งองค์นี้ รัชกาลที่ ๖ โปรดให้ซ่อมจากพุทธปรางค์ปราสาทเพื่อเรื่องนี้โดยเฉพาะ และได้พระราชทานนามดังกล่าว การซ่อมแซมก่อสร้างและประดิษฐานพระบรมรูปทั้ง ๕ รัชกาล สำเร็จลุล่วงในเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๔๖๑ จึงได้มีพระบรมราชโองการ ประกาศตั้งพระราชพิธีถวายบังคมพระบรมรูป ในวันที่ ๖ เมษายนปีนั้น และต่อมา โปรด ฯ ให้เรียกวันที่ ๖ เมษายนว่า “วันจักรี”

         และในปัจจุบันได้มีพิธีถวายบังคมขึ้นทุกปีที่พระบรมรูป ณ เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า ค่ะ 

 

ที่มาของชื่อ และสัญลักษณ์แห่งราชวงศ์จักรี

          ชื่อของราชวงศ์จักรีมีที่มาจากบรรดาศักดิ์ "เจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์" ตำแหน่งสมุหนายก ซึ่งเป็นตำแหน่งทางราชการที่พระองค์เคยทรงดำรงตำแหน่งมาก่อนในสมัยกรุงธนบุรี คำว่า "จักรี" นี้พ้องเสียงกับคำว่า "จักร" และ "ตรี" ซึ่งเป็นเทพอาวุธของพระนารายณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระแสงจักรและพระแสงตรีไว้ 1 สำรับ และกำหนดให้ใช้เป็นสัญลักษณ์ประจำราชวงศ์จักรีสืบมาจนถึงปัจจุบัน

ตราสัญลักษณ์แห่งราชวงศ์จักรี     

ตราประจำราชวงศ์จักรี 

ลำดับการครองราชย์ของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี

สมัยรัตนโกสินทร์

๑. พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ร.ศ.๑-๒๗  พ.ศ. ๒๓๒๕ - ๒๓๕๒  ค.ศ. ๑๗๘๒ - ๑๘๐๙ รวม ๒๗ ปี

๒. พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย  ร.ศ.๒๗-๔๒ พ.ศ. ๒๓๕๒ - ๒๓๖๗ ค.ศ. ๑๘๐๙ - ๑๘๒๔ รวม ๑๕ ปี

๓. พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระมหาเจษฎาราชเจ้า) ร.ศ.๔๒-๖๘  พ.ศ. ๒๓๖๗ - ๒๓๙๔ ค.ศ. ๑๘๒๔ - ๑๘๕๐ รวม ๒๗ ปี

๔. พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.ศ.๖๘-๘๖  พ.ศ. ๒๓๙๔ - ๒๔๑๑  ค.ศ. ๑๘๕๐ - ๑๘๖๘ รวม ๑๗ ปี

๕. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระปิยมหาราช) ร.ศ.๘๖-๑๒๘  พ.ศ. ๒๔๑๑ - ๒๔๕๓  ค.ศ. ๑๘๖๘ - ๑๙๑๐ รวม ๔๒ ปี

๖. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระมหาธีรราชเจ้า) ร.ศ.๑๒๘-๑๔๓  พ.ศ. ๒๔๕๓ - ๒๔๖๘  ค.ศ. ๑๙๑๐ - ๑๙๒๕ รวม ๑๕ ปี

๗. พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.ศ.๑๔๓-๑๕๒  พ.ศ. ๒๔๖๘ - ๒๔๗๗  ค.ศ. ๑๙๒๕ - ๑๙๓๕ รวม ๙ ปี (ที่เป็น ๑๙๓๕ เนื่องจากเวลานั้นให้เริ่มปี เมื่อ ๑ เมษายน)

๘. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล (พระอัฐมรามาธิบดินทร์) ร.ศ.๑๕๒-๑๖๔  พ.ศ. ๒๔๗๗ - ๒๔๘๙  ค.ศ. ๑๙๓๕ - ๑๙๔๖ รวม ๑๒ ปี

๙. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (สมเด็จพระภัทรมหาราช)  ร.ศ.๑๖๔ - ปัจจุบัน  พ.ศ. ๒๔๘๙ - ปัจจุบัน ค.ศ. ๑๙๔๖ - ปัจจุบัน รวม ๖๓ ปี+

ที่มา : 1. วิกิพีเดีย  

        2. MThai ดอทคอม  

       3. ซาบซ่าดอทคอม  ค่ะ

 

------------------------- =(^__^)= ------------------------

 

หลังจากพอจะทราบเรื่องราวของวันจักรีพอหอมปากหอมคอกันแล้ว...

วันนี้  นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ ก็เลยมาแนะนำสถานที่เที่ยวกันหน่อยค่ะ

ทราบชื่อ entry แล้วก็ต้องร้องอ๋อ กันเลยใช่มั๊ยค่ะ?

 

~ อาทิตย์ลาลับ...ที่แหลมพรหมเทพ ~

 

 

เราจะมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกที่ไหนก็ได้... 

 

แต่ใครต่อใครก็ให้ความสำคัญกับพระอาทิตย์ขึ้น หรือตกที่ แหลมพรหมเทพ...ก็เพราะว่าถ้าพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกที่แหลมพรหมเทพแล้วล่ะก็ เป็นอันให้ทราบว่า ประเทศไทยของเราจะมีเวลาพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกในเวลากี่โมงนั่นเอง

"แหลมพรหมเทพ"  ถือเป็นสถานที่สุดแสนโรแมนติก ที่ใครก็สัมผัสได้ที่นี่ค่ะ ที่ จังหวัดภูเก็ต (และ เกาะภูเก็ต ก็เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทยด้วยค่ะ  )

"แหลมพรหมเทพ"  อยู่ห่างจากหาดราไวย์ ประมาณ ๒ กิโลเมตร เป็นแหลมที่อยู่ตอนใต้สุดของเกาะภูเก็ต ชาวบ้านจะเรียกแหลมนี้ว่า "แหลมเจ้า" โดยจะมีหน้าผาสูงริมทะเลที่จะทำให้มองเห็นเวิ้งของท้องทะเลได้กว้างได้รอบทิศ มองเห็นเกาะได้หลายเกาะ และมองเห็นแหลมพรหมเทพทอดยาวออกไปในทะเล สวยงาม ปัจจุบันถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่หลาย ๆ คนต้องมาเยือน....

 

 

 

ตื้ดดดดด..... ว้า หมดเวลา....ตอนนี้ นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ ต้องออกไปธุระแล้วค่ะ...ถ้าอย่างนั้น....

ขอพักยกเรื่องราวไว้แค่นี้ก่อนนะคะ แล้วตอนดึก ๆ จะกลับเข้ามาอัพเดทเรื่องราว การเดินทาง ที่ภูเก็ต ต่อนะคะ .......

 

 

 

 

แล้วพบกันต่อค่ะ

 

by : นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^

 

Comment

Comment:

Tweet

สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะทุก ๆ คน big smile ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ
ขันน้ำ ขันน้ำ ภาพสวยมาก

สุขสันต์วันสงกรานต์ครับขันน้ำ ขันน้ำ

#6 By †3εst's T@le on 2010-04-16 18:32

ผมเคยไปแหลมพรหมเทพครับ แต่ได้ไปดูพระอาทิตย์ตก
อยากกลับไปสัมผัสสายลม และทิวทัศน์อันสวยงามที่นั่นอีกจัง confused smile
อากาศร้อนแล้ว เดี๋ยวจะสงกรานต์แล้วด้วย จะคอยติดตามเรื่องราวสนุก ๆ นะครับ confused smile

#5 By ไปกะเป้ on 2010-04-06 23:09

งามนักHot!

#4 By E.T.*** on 2010-04-06 17:34

ตอนเรียนหนังสือ

เหงา ๆ อยากอยู่คนเดียว
ชอบขับรถไปนั่งดูพระทิตย์ตก ที่แหลมพรหมเทพ

คนเดียว อยู่เสมอ ๆ


คิดถึงจังsurprised smile

#3 By September on 2010-04-06 16:48

พระอาทิตย์ตกแสนโรแมนติกbig smile

#2 By Meowzilla Zilla on 2010-04-06 14:42

confused smile

#1 By ♥ ช้างต้น on 2010-04-06 14:30

 

 

 

ขอบคุณทุก ๆ ท่านที่มาเยือน และมาทักทายกันค่ะ...

 

 

เรื่องราว เรื่องเล่าเก่า ๆ จะอยู่ใน สารบัญเรื่องราวทั้งหมด ^^ นะคะ

 

 

------------- =(^_^) = --------------

 

ตอนนี้กี่โมงแล้วน๊า...ได้เวลาคิดถึงกันแล้วล่ะ