สวัสดีค่ะ...ห่างหายไปนานเลย...กลับมาแล้วนะคะ...

พักหลังมานี้ นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ แอบห่างหาย ไม่ค่อยมีเวลาได้เข้ามาบ้านหลังนี้เลยเน๊อะ...   

ด้วยเพราะอะไรหลาย ๆ อย่าง แต่วันนี้...ก็พอจะมีเวลาว่างนิดหน่อย

ก็เลยขอแวะมาพักผ่อนที่บ้านหลังนี้บ้างค่ะ...แอบหวังว่าคงจะพอผ่อนคลายความเครียดให้ตัวเองได้บ้าง 

 

เมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ตรงกับวันสำคัญทางพุทธศาสนาอีกหนึ่งวันนะคะ นั่นคือ...

วัน "วันมาฆะบูชา" นั่นเอง... นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ ก็เลยมีอะไรจะมาเล่าสู่กันฟัง

 

และ ถือโอกาสนี้เอาบุญมาฝากด้วยค่ะ... รับไว้ด้วยนะคะ.. 

 

----------------- =(^__^)= -----------------

 

วันมาฆะบูชา... คือ "วันมหาสันนิบาต"  นะคะ

เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมปาติโมกข์ ที่มีลักษณะพิเศษ ๔ ประการ

เรียกกันว่า "จาตุรงคสันนิบาต" นั่นคือ

๑. ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓

    (ถ้าปีใดมีอธิกมาส คือ เดือนแปดสองหน ก็จะเลื่อนไปเป็นวันเพ็ญเดือน ๔ ค่ะ)

๒. เป็นวันที่พระสงฆ์มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย ๑,๒๕๐ รูป ณ พระเวฬุวนาราม  ชานเมืองราชคฤห์  เมืองหลวงของแคว้นมคธ ประเทศอินเดีย   

๓. พระสงฆ์เหล่านั้น "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" คือ ได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้า และ

๔. พระสงฆ์เหล่านั้น ล้วนเป็นพระอรหันต์ทั้งสิ้น ค่ะ 

 

 

 

ซึ่งการแสดง พระธรรมปาติโมกข์ ของพระพุทธเจ้า เป็นคำสอนหลักของพระพุทธศาสนา จะประกอบไปด้วยหลักธรรม ๓ ข้อใหญ่ ๆ (ในปัจจุบัน ถือเป็นธรรมนูญการปกครองของคณะสงฆ์ค่ะ) นั่นคือ

๑. อุดมการณ์ พระพุทธศาสนามีจุดมุ่งหมายสูงสุด ได้แก่พระนิพพาน 
    คือการดับสูญจากกิเลสและทุกข์ทั้งปวง อันจะทำสำเร็จได้ด้วยพึ่งตน
    พากเพียรด้วยการกระทำของตนเอง ไม่ใช่สำเร็จด้วยการอ้อนวอนร้องขอจากเทพองค์ใด

๒. หลักการ หลักคำสอนอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ได้แก่
    การไม่ทำความชั่วทั้งปวง, ทำกุศลธรรมความดีให้พร้อม, ทำจิตใจของตนให้บริสุทธิ์ 

๓. วิธีการ พุทธวิธีในการนำธรรมมะสู่จิตใจชาวโลกด้วยเมตตา
    ไม่กล่าวร้ายใคร, ไม่ทำร้ายใคร, รักษาวินัยเคร่งครัด, รู้จักประมาณในการกินอาหาร, การอยู่ในที่อันสงบสงัด
และการฝึกฝนพัฒนาจิตใจให้สูงขึ้นด้วยการบำเพ็ญสมาธิอยู่เสมอ

เล่าสืบกันมาว่า... วันมาฆะบูชามีขึ้นอย่างเป็นทางการในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) โดยพระองค์ทรงถือแบบอย่างโบราณบัณฑิตที่นิยมไว้ว่าวันเพ็ญกลางเดือน ๓ เป็นวันประชุมใหญ่ของพระสาวกของพระพุทธเจ้า มีลักษณะน่าอัศจรรย์ จึงได้ถือเอาเหตุนั้นเป็นครื่องแสดงสักการะบูชา...

การปฏิบัติพุทธศาสนากิจในวันมาฆบูชาที่นิยมโดยทั่วไป ก็คือ

  ทำบุญตักบาตร หรือนำภัตตาหารไปถวายพระสงฆ์  แล้วกรวดน้ำแผ่ส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว
  บริจาค ให้ทาน แก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคม
  การปล่อยสัตว์ เช่น โค กระบือ นก ปลา เป็นต้น
  ฟังธรรมะ รักษาศีล ๕ ศีล ๘ เป็นต้น
  บำเพ็ญภาวนา ทำสมาธิ-วิปัสสนากัมมัฏฐาน
  นำดอกไม้ธูปเทียนไปเวียนเทียนที่พุทธสถานต่าง ๆ เช่น ที่วัดต่าง ๆ หรือที่พุทธมณฑล เป็นต้น 

ที่มาเกี่ยวกับวันมาฆะบูชา : http://www.thainewyork.com/find-1122.html  และอีกหลาย ๆ ที่บนโลกออนไลน์

ขออนุญาตและขอบคุณค่ะ

 

 

----------------- =(^__^)= -----------------

 

และในวันมาฆะบูชาที่ผ่านมา... (วันอาทิตย์ที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓) 

นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ ก็ไปทำบุญเช่นกัน...ปีนี้ได้ไปทำบุญที่ "เมืองน่าน"  ค่ะ

(กลับไปเยือนบ้านอีกครั้งแล้ว)

เนื่องจากว่าสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พี่น้องในคลับเรารักโปสการ์ด มีโปรแกรมไปเดินป่าที่ จังหวัดน่าน นั่นคือ "ดอยภูแว" ที่ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา... ยอดดอยภูแวจะมีความสูงจากระดับน้ำทะเล หนึ่งพันแปดร้อยกว่า ๆ งานนี้ นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ เลยได้เป็นหนึ่งในสมาชิกของทริปนี้ ถือโอกาสได้เป็นไกด์ท้องถิ่น และได้กลับไปเยือนบ้านที่น่านไปในตัวด้วย...

แต่เสียดาย ที่การเดินป่าครั้งนี้จะต้องมีการซ่อมทริปแน่นอนค่ะ แน่นอน ๆ

เพราะว่าบนยอดดอยภูแวในวันนั้น มีชาวบ้านลักลอบขึ้นไปเผาป่า ทางเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ก็เลยเป็นห่วงว่าจะเกิดอันตราย หากพวกเราขึ้นไปกางเต๊นท์นอนกันบนยอดดอยภูแว ก็เลยไม่ให้ขึ้นไปพัก โดยแนะนำให้ไปพักที่ "ลานดูดาว" พร้อมกับไปเดินเล่นที่เขาหญ้าแทน (ระยะทางประมาณ ๘ กิโลเมตร หากใช้เวลาในการเดินเท้าขึ้นไป จะใช้เวลาประมาณ ๑ วันเต็ม ๆ ค่ะ)   ซึ่งทางกลุ่มของพวกเราตัดสินใจกันแล้ว ด้วยหลายเหตุผล ก็เลยเปลี่ยนแผนไปกางเต๊นท์ที่ลานดูดาว ขึ้นไปชมดอกชมพูภูคา และไปที่ศูนย์ภูฟ้า (ซึ่งมีพระตำหนักของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ อยู่ที่นั่น) แทน 

ทริปนี้อาจมีผิดหวังกันบ้าง เพราะแต่ละคนตั้งใจมาเดินป่า แบกกระเป๋า สะพายเป้ เตรียมอุปกรณ์เข้าป่ากันทุกคน แต่เนื่องจากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงกระทันหัน ทริปเดินป่าภูแวทริปนี้ เลยกลายเป็นทริปเที่ยวเล่นแบบชิว ๆ ไปซะงั้นเลยค่ะ แต่ก็เฮฮาตลอดทริปกันดีมากๆๆๆๆๆๆ  สนุกเกินบรรยาย...และได้ผ่อนคลายไปในตัว...

เอาไว้ นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ จะกล่าวถึงบรรยากาศของทริปชิว ๆ ที่เมืองน่านให้ฟังในวันต่อไปนะคะ

 

----------------- =(^__^)= -----------------

 

วันนี้... เลยขอพูดถึงความอิ่มเอมใจในวันมาฆะบูชาก่อนละกัน

เพราะว่าในวันอาทิตย์หลังจากลงมาจาก "อุทยานแห่งชาติดอยภูคา" แล้ว นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ ขอช่วงเวลาหนึ่งคืนเพื่อกลับไปพักผ่อนที่บ้านกะคุณพ่อคุณแม่ แทนที่จะขึ้นไปกางเต๊นท์นอนนับดาวกับเพื่อน ๆ บน ผาชู้ ที่ อุทยานแห่งชาติศรีน่าน

ตอนเย็นของวันมาฆะบูชา พวกเราก็เลยชวนกันไปเวียนเทียนกันทั้งครอบครัวที่...

"วัดพระธาตุแช่แห้ง" (พระธาตุประจำปีเกิดของคนปีเถาะ) ค่ะ

เพราะว่าวันนั้นที่พระธาตุแช่แห้งจัดงานหกเป็งพอดีเลย ผู้คนไปกันเยอะมาก ๆ ได้รับรู้ถึงบรรยากาศในวันนั้น ก็ทำให้รู้สึกดีเสมือนย้อนกลับไปเป็นเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่ได้ไปเดินเล่นในงานวัดกับคุณพ่อคุณแม่อีกครั้งหนึ่ง  

 

 

ว่าแล้ว เราก็ไปดูบรรยากาศ การเวียนเทียนในวันมาฆะบูชา ที่วัดพระธาตุแช่แห้ง จังหวัดน่าน กันดีกว่าค่ะ

ระหว่างทางไปวัดพระธาตุแช่แห้ง ได้ได้ผ่านข่วงเมืองน่าน และ วัดภูมินทร์ กับแสงไฟในยามค่ำคืนค่ะ... สวยดี..

 

 

ไปถึง วัดพระธาตุแช่แห้ง ก็ทุ่มกว่า ๆ แล้วล่ะ...

อากาศเมืองน่านในคืนนั้น กำลังดีเลย เย็น ๆ สบาย ๆ ไม่หนาว ไม่ร้อนจนเกินไปค่ะ 

 

 

พอเข้าไปถึงก็เจอท่านผู้ว่าราชการจังหวัด กำลังร่วมพิธีเวียนเทียนอยู่พอดีเลยค่ะ 

 

 

เมื่อท่านประธานเปิดพิธี และท่านเจ้าอาวาสพร้อมแล้ว ก็เริ่มเวียนเทียนพร้อมกัน

โดยการเดินเวียนเทียนจะพากันเดินเวียนขวา รอบพระธาตุ ๓ รอบค่ะ ดังนี้

รอบแรกให้ท่อง "พุทโธ"

รอบที่ ๒ ให้ท่อง "ธัมโม"

รอบที่ ๓ ให้ท่อง "สังโฆ"

เมื่อครบรอบแล้วก็นำดอกไม้ ธูป เทียน เพื่อป้องกันไฟไหม้ ปีนี้เค้าเลยให้ดับไฟที่ธูปเทียน ก่อนนำไปปักไหว้พระธาตุค่ะ 

 

  

 

 ภาวนาท่องไว้ในใจ บ้างเดินเดี่ยว...ลัดเลี้ยวไปตามทาง...

บ้างเดินกลุ่ม... เดินตามกัน ก้าวเท้า ย่างไป... 

 

 

 

ก้าวเดินไปรอบ ๆ อย่างช้า ๆ สงบ ร่มเย็น...

 

 

พร้อมดอกไม้สวย ๆ ธูป เทียน พากัน เวียนไหว้...

 

  

 

เมื่อเดินเวียนรอบพระธาตุครบรอบแล้ว ก็มีพระพุทธรูปให้ได้ตักบาตรเหรียญกันค่ะ

เหรียญเล็ก เหรียญใหญ่ ภาวนาในใจ ท่องไว้ แล้วใส่บาตร...

 

 

ไหว้หลวงพ่อทันใจ...ขอพรให้ได้ทันจิต ทันใจ สมใจ ปรารถนา...จะ...ปิดทองหลังองค์พระปฏิมา...

ทั้งเบื้องหน้า เบื้องหลัง เปี่ยมล้ำด้วยพลังแห่งศรัทธา...

 

 

 

หลายคน ไหว้พระ...ขอพร...ท่องไว้...ในใจ...

 

 

ระหว่างนั้น ก็จะมีการจุดดอกไม้ไฟ เอาฤกษ์เอาชัย ให้สว่างไสวบนท้องฟ้าค่ะ... 

 

     

 

ปิดทองบนลูกนิมิต นึกคิดอะไร อย่างใจต้องการ...

 

 

บางคนก็สนใจตู้เสี่ยงทาย ทำนาย ทายทัก...และบริเวณนั้น จะตู้บริจาคอีกหลายตู้เลย  

 

 

 

ถวายปัจจัยใส่กัณฑ์เทศน์บทต่าง ๆ ให้นำเงินมาเสียบกับไม้ไผ่เล็ก ๆ ใส่ในถังพลาสติกแบบนี้ค่ะ...

 

 

ภายในพระวิหาร มีองค์พระประธาน องค์ใหญ่ เด่นตระหง่าน...ให้ได้กราบไหว้สักการะ

 

 

เหนือซุ้มประตูของพระวิหาร จะเป็นภาพนูนปูนปั้น พญานาคเกี่ยวกระหวัดเป็นชั้น ๆ 

ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของสกุลช่างเมืองน่านค่ะ 

 

 

 

รอบ ๆ ต้นโพธิ์ต้นใหญ่ กลางลานหน้าวัด จะมีองค์พระพุทธรูปประจำวันให้ร่วมตักบาตร ทำบุญกัน

 

 

 

และใกล้ ๆ กันนั้น จะมีการตั้งชมรมคนปีเถาะ อยู่ด้วยค่ะ

 

 

บริเวณรอบ ๆ มีการนำสิ่งของพื้นเมือง ของประดิษฐ์ ผ้าทอ ของฝาก ของที่ระลึกมาจำหน่ายด้วย 

 

 

 

อาหาร การกิน ก็มีหลายอย่าง...

 

 

 

มีบูธไปรษณีย์นำผลิตภัณฑ์ออกมาจำหน่าย จ่าย แจก... งานนี้แอบเหมาแสตมป์ไปเยอะเลยค่ะ

 

 

 

เวทีการแสดงก็มีผู้คนยืนชมกันมากมาย...

 

 

 

บรรยากาศโดยทั่วไป แสง สี เสียง...

 

 

 

นอกนั้น ยังมีเรือแข่ง เอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของเมืองน่าน นำมาตั้งไว้ ให้ลูกหลานชาวเมืองน่าน หรือชนรุ่นหลังได้ดูชม...

 

 

 

คืนนั้น... อาจเหนื่อยนิดหน่อย เพราะไม่ค่อยได้พักผ่อนมาหลายวัน

แต่สิ่งที่ได้พบเจอ ก็ทำให้รู้สึกดี และอิ่มเอมใจ ทุกครั้งที่ได้ไปเยือน ที่เมืองน่าน ค่ะ......

 

 

ยินดียิ่งแล้ว...แขกแก้วมาเยือน...

ขอบคุณที่เข้ามาทักทายกันนะคะ.... 

 

 

 

อิ่มเอมใจ...

 

by : นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^

 

Comment

Comment:

Tweet

มาเม้น รับพรครับ ..
คนปีกระต่าย
อิ อิ
รูปเยอะมากเลยขอบคุณครับ เหมือนได้ไปเยือนด้วยกันเลย

#7 By †3εst's T@le on 2010-03-12 21:08

สวัสดีค่ะ

#คุณ E.T.***... ขอบคุณที่ชม (ภาพ) ค่ะ cry คิดถึงเมืองน่าน...นี่แปลว่าเคยไปมาแล้วเน๊อะ big smile

#คุณ September...ไม่ค่อยได้มีโอกาสไปงานวัดมาหลายปีเหมือนกันค่ะ...นาน ๆ จะได้ไปทีนะคะนี่ ขอบคุณที่เข้ามาทักทายกันนะคะbig smile

#น้อง VAR... ขอบคุณที่ชมจ้า..ยิ่งถ้าได้ไปอยู่บรรยากาศจริง ๆ หน่ะ..สวยมากเลยค่ะ big smile

#คุณอิ๊ด eeddy...ขอบคุณสำหรับดาวแดงค่ะคุณอิ๊ด...บรรยากาศสวยไปคนละแบบค่ะ ตอนกลางคืนแบบนี้ไม่บ่อยนักที่ได้ไป...big smile

#น้องติ๊ก Heat UP!... ใช่แล้วค่ะ ตอนนี้เค้ากำลังปิดปรับปรุงโรงแรมน่านฟ้าอยู่ ส่วนคนที่ดูแลไม่ใช่ใครค่ะ เป็น ธ.กสิกรไทย ที่อยู่ใกล้ ๆ กัน มาซื้อไป
แต่น่าจะปรับปรุงให้คงกลิ่นอายวัฒนธรรมแบบเก่า ๆ นะคะ เพราะตอนขับรถผ่าน ยังเห็นเค้าคงเสาที่เป็นไม้ไว้ทั้งหมดค่ะ big smile
ว่าง ๆ อย่าลืมกลับไปแอ่วเมืองน่านน๊า double wink
เคยไปเวียนเทียนที่วัดพระธาตุแช่แห้งครับผม
คิดถึงบรรยากาศนั้นจัง big smile

นอกเรื่องนิดหน่อยครับ เหมือนจะเห็นข่าวแวบ ๆ ว่าน่านฟ้าโรงแรมเก่าข้าง ๆ เทวราชกำลังถูกปรับปรุงใหม่เหรอครับผม ไม่รู้จริงหรือเปล่า ถ้าจริงก็เสียดายบรรยากาศเก่า ๆ จัง

#5 By ไปกะเป้ on 2010-03-04 01:41

Hot! เคยไปพระธาตุแช่แห้งค่ะ
ตอนกลางคืนสวยกว่ากลางวันอีกนะคะ

#4 By eeddy(อี๊ด) on 2010-03-03 14:15

ดอกไม้ไฟสวยมากมากค่ะ อิ่มบุญ อิ่มใจbig smile

#3 By Meowzilla Zilla on 2010-03-03 11:26

อิ่มบุญ รับบุญกันถ้วนทั่วนะคะ


บรรยากาศงานวัดน่าสนุกจัง


ไม่มีโอกาสเที่ยวเล่นงานวัดนานหลายปีมากเลยล่ะ

#2 By September on 2010-03-03 08:14

ภาพสวยครับ คิดถึงเมืองน่านจัง อิอิbig smile

#1 By E.T.*** on 2010-03-03 02:40

 

 

 

ขอบคุณทุก ๆ ท่านที่มาเยือน และมาทักทายกันค่ะ...

 

 

เรื่องราว เรื่องเล่าเก่า ๆ จะอยู่ใน สารบัญเรื่องราวทั้งหมด ^^ นะคะ

 

 

------------- =(^_^) = --------------

 

ตอนนี้กี่โมงแล้วน๊า...ได้เวลาคิดถึงกันแล้วล่ะ