กลับไปอ่านเรื่องราว  ตอนที่ ๑   >> คลิกที่นี่ค่ะ <<  

 

------------------------- =(^__^)= -------------------------

 

(เช้าแล้ว......มาต่อเลยนะคะ)

 

ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักกับเมืองเว้ กันก่อนค่ะ... 

 

เว้... เป็นเมืองเอกของจังหวัด ถัวเทียน-เว้  สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และเคยเป็นเมืองหลวงเก่า

ในสมัยราชวงศ์เหงียน (Hguyen) ในช่วงปี พ.ศ. 2345 - 2488  มีชื่อเสียงจากโบราณสถานที่มีอยู่ทั่วเมือง และ 

มีจำนวนประชากรอยู่ประมาณ  340,000 คน 

เมืองเว้... ตั้งอยู่ในเวียดนามตอนกลาง ริมฝั่งแม่น้ำหอม ถัดเข้ามาในแผ่นดินจากริมฝั่งทะเลจีนใต้

เพียง 2-3 ไมล์ ห่างจาก กรุงฮานอยไปทางใต้ประมาณ  540 กิโลเมตร และห่างจาก โฮจิมินห์ซิตี้

ไปทางเหนือประมาณ  644 กิโลเมตร

 

------------------------- =(^__^)= -------------------------

 

สีสัน ของสะพานตรังเทียน ที่เมืองเว้ ในยามค่ำคืนก่อน...

ทำให้เกิดความสนุกสนาน และความประทับใจมากเลยทีเดียวเชียวค่ะ 

คืนนั้นพวกเราก็นอนกันอย่างสบายอารมณ์ บวกกับความเหนื่อยล้าที่ได้รับมาของวันวาน ก็ทำให้พวกเราหลับสบายกัน

เลยทีเดียวที่ โรงแรม  PHU AN  ถึงจะเป็นโรงแรมระดับ 2 ดาว เล็ก ๆ แต่ความสะอาด และความสะดวกสบาย

แอร์ก็เย็น น้ำก็ไหลแรง โทรทัศน์ ไฟฟ้า โอเคทุกอย่างเลยนะ (ดีกว่า โรงแรมระดับ 3 ดาว หรือ 4 ดาว ในบางแห่งของเว้

และดานังอีกนะคะ)  

คืนนั้นนอนหลับได้เป็นปกติ ไม่มีเหตุการณ์ใด ๆ เกิดขึ้น ไม่มีใครในกลุ่มพบเจออะไร ใด ๆ ที่ชวนให้ขนลุกเลยสักคน

เป็นเรื่องดีมาก ๆ ค่ะ ดีแล้ว ๆ  

 

 

บรรยากาศ ในตอนเช้า ๆ ที่ เว้ ยังคึกคัก คราคร่ำ ไปด้วยผู้คนหลากหลายเช่นเคย...

ภาพข้างล่างนี้ขอยืมมาจากพี่แมน หัวหน้าทริปนะคะ 

พอดีว่าในตอนเช้า ๆ  ไม่ได้ออกไปเก็บภาพมาด้วยตัวเองค่ะ

อย่างที่บอกไว้... คืนนั้นนอนหลับสบาย จนทำให้ ตื่นสาย เลย.... ฮ่าฮ่าฮ่า  

 

 

แถว ๆ สะพานตรังเทียน ในตอนเช้า ๆ 

 

 

 

เจ็ดโมงครึ่ง  พวกเราก็เช็คเอาท์ เก็บสัมภาระขึ้นรถเพื่อออกเดินทางกันต่อ...

ก่อนไป... แวะกินอาหารเช้ากันหน่อย.... ที่ร้าน... เอ่อ... ร้านอะไรน๊า... อื้ม.....ลืมชื่อซะแล้วค่ะ...ลืมชื่อ....

(ขอติดชื่อร้านอาหารไว้ก่อน แล้วจะมาแจ้งในภายหลังนะคะ) อิอิ

ร้านนี้ที่พวกเราติดใจกันมาก ตอนที่อยู่ เว้ ไปกินกันบ่อยที่สุดแล้ว ทั้งกลางวันกลางคืนเลยทีเดียว  ด้วยเพราะว่า มีอาหารหลากหลาย ทั้งน้ำผลไม้ ซาละเปา ก๋วยเตี๋ยวเฝอ อาหารตามสั่งหลากหลาย รสชาติก็อร่อยมาก

 

 

ก่อนที่คนสั่งอาหารจะได้กินในแต่ละมื้อ....

ทั้งข้าว ทั้งน้ำ จะต้องได้เป็นนายแบบ นางแบบ ให้ตากล้องกันก่อนค่ะ  แบบนี้...  อิอิ

 

 

หลังจากอิ่มหนำสำราญกันแล้ว ก็ได้เวลาออกเดินทางแล้วค่ะ...

ภารกิจ ต่อไปคือ  3 สุสานที่สวยงามและยิ่งใหญ่ในเมืองเว้ 

(สุสานจักรพรรดิ์ตือดึ๊ก - จักรพรรดิ์ไคดิงห์ และ จักรพรรดิ์มินห์มาง) ค่ะ 

ระหว่างพักเติมน้ำมัน... คุณยายยิ้มง่าย ก็เดินมาขายล็อตเตอรี่ให้... แต่ไม่มีใครอุดหนุนคุณยายเลย เพราะกลัวว่าเกิดถูกรางวัลขึ้นมา ต้องกลับมารับเงินรางวัลกันถึงที่นี่กันเลย...

ไม่ได้กลัวการกลับไปที่เว้อีกนะคะ แต่กลัวว่าจะไม่มีเวลามาหน่ะสิค่ะ เพราะแค่ปกติก็งานก็รัดตัวติ้ว ติ้ว กันอยู่แล้วเกือบทุกคน...

 

 

1 : สุสานจักรพรรดิตือดึ๊ก (Tomb of Tu Duc)

 

ค่าบัตรเข้าชมสุสาน คนละ  55000 ด่อง หรือประมาณคนละ  110 บาทไทย ค่ะ  

 

จักรพรรดิ์ตือดึ๊ก จักรพรรดิ์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดของราชวงศ์เหงียน (Hguyen) ...

จักรพรรดิ์ตือดึ๊ก เป็น จักรพรรดิ์องค์ที่ 4 ของราชวงศ์เหงียน (Hguyen) 

ทรงเป็นโอรสองค์ที่สองของกษัตริย์องค์ก่อน ซึ่งหากนับตามลำดับการสืบราชสมบัติแล้วไม่มีสิทธิ์ที่จะขึ้นครองราชย์ แต่เนื่องจากพี่ชายซึ่งเป็นองค์รัชทายาทนั้นอ่อนแอมาก พระองค์จึงทรงจับพี่ชายไปขังไว้ที่เกาะห่างไกลจนกระทั่งอดอาหารตาย พระองค์จึงได้ขึ้นครองราชย์แทน 

เมื่อเจริญพระชนม์มายุสูงขึ้น พระองค์ทรงได้สำนึกถึงความผิดที่เคยกระทำไว้กับพี่ชาย ดังนั้น ในท้องพระโรง ห้องหับทุกห้อง อาคารต่างๆในสุสานนี้จึงมีชื่อที่ทรงตั้งเองให้ลงท้ายด้วยคำว่า “เคียม” ซึ่งแปลว่า “ถ่อมตน” ทั้งสิ้น  

 

จักรพรรดิ์ตื่อดึ๊กทรงมีพระสนมมากมาย หากแต่ไม่มีบุตรสืบทายาทเลยแม้แต่องค์เดียว เชื่อกันว่าเป็นเพราะบาปกรรมที่พระองค์ทรงกระทำไว้กับพี่ชาย

เนื่องจากทรงเป็นศิลปินทั้งด้านจิตรกรรมและบทกวี ภายในท้องพระโรงจึงมีภาพวาดฝีพระหัตถ์แขวนเอาไว้อยู่ การจัดวางภูมิสถาปัตย์ภายนอกก็งดงามอ่อนหวานด้วยความเป็นศิลปินของพระองค์นั่นเอง

(ที่มาของประวัติจาก บ้าน exteen ของ คุณแรงใจไฟฝัน ค่ะ ขออนุญาตเลยนะคะ นะคะ )

http://mindpower.exteen.com/20080928/entry  <<< คลิกไปชมเรื่องราวของเว้ ในแบบฉบับของคุณแรงใจไฟฝันได้ค่ะ

 

 

 

สุสานจักรพรรดิตือดึ๊ก (Tomb of Tu Duc)
ที่ตั้ง : อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองเว้

ภายในสุสาน... แม้จะมีตัวอาคารไม่มากนัก แต่ก็มีความสวยงามลงตัวของสถานที่ ซึ่งตามบันทึกกล่าวว่าพระองค์ได้ทรงออกแบบเองเกือบทั้งสิ้น สุสานแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2407 ใช้เวลา 3 ปี จึงแล้วเสร็จ โดยใช้แรงงานคนถึง 3,000 คน พระเจ้าตือดึ๊กเป็นโอรสของพระเจ้าเถี่ยวตรีจักรพรรดิองค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์เหงียนที่ทรงครองราชย์นานถึง 36 ปี

จุดเด่นน่าชม ของสุสานแห่งนี้ คือ ตำหนัก 2 แห่งภายใต้อาคารไม้เก่าแก่ที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบลูเคียม อันรายล้อมด้วยดอกบัวที่บานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมไปทั่ว พระองค์ทรงใช้เวลาว่างในตำหนักแห่งนี้นิพนธ์บทกวีและพักผ่อนหย่อนใจด้วยการตกปลา

 

 

  

 

ถัดมา ที่ส่วนกลางของสุสานมีศิลาจารึกขนาดใหญ่ที่กล่าวถึงพระเกียรติคุณและเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้นในรัชสมัย และอาคารทรงโรงขนาดใหญ่ที่ใช้เป็นโรงละครสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่

ส่วนตัวสุสานของพระองค์นั้นอยู่ด้านในสุด รายล้อมไปด้วยความร่มรื่นของทิวสน ต้นไม้ที่แสดงถึงความเป็นอมตะ เพราะมีต้นไม้เพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่มีใบเขียวตลอดปี ชาวเวียดนามจึงนำไปเปรียบเทียบกับความเป็นอมตะขององค์จักรพรรดิแห่งราชวงศ์เหงียน