ขอท้าวความเดิม... ฉบับเมื่อวานตอนเที่ยง ๆ นะคะ...  ใครเข้ามาครั้งแรกอาจจะ งง นิดหน่อย

พอดีเมื่อวานได้เข้ามาอัพเดทไว้ครึ่งหนึ่งแล้วค่ะ... เลยขอเก็บไว้อ่านใหม่นะคะ   สำหรับใครเข้ามาอ่านแล้ว กระโดดข้ามไปอ่านตรงช่วงกลาง ๆ ได้เลยนะคะ นะคะ

 

ขอคัดลอกข้อความของเพื่อน ๆ ที่เข้ามาทักทายเมื่อวานมาวางไว้ตรงนี้ด้วยนะคะ

 

------------------- = (^_^)= ----------------------

 

เอารูปมาฝากเยอะ ๆ ดิพี่อยากเห็นอ่ะ นะนะquestion
  #1 By นายร้อยคอยรัก (202.91.23.4) on 2008-05-12 15:20
ได้ postcard แล้วนะครับผม

รอชมประมวลภาพแบบ full นะครับ
ผมไม่ได้เดินป่ามานานแล้ว
ครั้งสุดท้านสมัยเรียนตอนปี 4 นู้นsad smile

นานแล้วเหมือนกัน
รูปสวย แต่ท่าทางจะเดินลำบากนะครับsad smile
 #3 By OrdinaryMan คนธรรมดา on 2008-05-12 17:42

ขอบภูเขามากครับ อิจฉา อิจฉา..big smile

เดี๋ยวแวะมาใหม่..

 #4 By :: KinG MoJi :: on 2008-05-12 18:49
ว้าววว ไปเที่ยวอีกแล้วว cry
 #5 By iDoi* on 2008-05-12 19:39

 

แล้วหลังจากนั้น นักเดินทางตัวจิ๋ว ก็ set เอนทรี่ฉบับเมื่อวานเป็นดราฟ ค่ะ อัพเดทใหญ่เลยแต่ไม่เสร็จอ่ะค่ะ...  

เพิ่งจะเสร็จเรียบร้อยในวันนี้สด ๆ ซิง ๆ เลยค่ะ 

 

------------------- = (^_^)= ----------------------

 

สวัสดีค่ะ...  มาแล้วค่ะ มาแล้ว.....

 

นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ แวะมาทักทายทุกคนก่อนนะคะ...  แวะมาเกริ่นไว้ก่อน...

ขอจั่วหัวเรื่องของเอนทรีนี้ทิ้งไว้ก่อนนะคะ...อิอิ  ...แล้วช่วง ค่ำ ๆ จะมาอัพเดทเรื่องราวเพิ่มเติม...

ตอนนี้ขอจัดระเบียบเนื้อหาและรูปภาพแป๊บนึงน๊า...  

 

------------------- = (^_^)= ----------------------

 

ทริปเดินป่าครั้งนี้โหดเหมือนกันค่ะ... ขึ้นเขา ลงเขา...ไม่ขึ้น...ก็ลง...

มีทั้งสายฝน ลมแรง โขดหิน โคลน และเหว.... ต้องใช้กำลังอย่างมาก...ทุ่มสุดตัว...สุด ๆ ค่ะ

แต่นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ ชอบนะคะ... ดีใจที่ได้ไปสัมผัสธรรมชาติที่สดชื่นแบบนั้น....

 

------------------- = (^_^)= ----------------------

 

ถ้าใครได้แวะเวียนเข้ามาที่นี่แล้ว ก็ทักทายกันก่อนได้นะคะ....  ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ

แล้วตอนเย็น ๆ หรือไม่ก็ค่ำ ๆ อย่าลืมแวะกลับเข้ามาอีกครั้งนะคะ...

จะนำภาพบรรยากาศมาให้ได้ชื่นชม ไปป่ายปีน และผจญภัยด้วยกัน...ที่ผืนป่าเขาหลวง นคร...

กับ "ยอดเขาพรหมโลก  จ.นครศรีธรรมราช" 

(ตั้งอยู่ในเขต "อุทยานแห่งชาติเขาหลวง" << คลิกไปอ่านข้อมูลเกี่ยวกับอุทยานได้ค่ะ...อุทยานแห่งชาติเขาหลวง ป่าเฟริ์นดึกดำบรรพ์ มหัศจรรย์แห่งกล้วยไม้...) หรือที่เว็บนี้นะคะ  Toursabuy.com

ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล  1,631 เมตร  (รองลงมาจากยอด 1,800 ที่อยู่ใกล้ ๆ กัน) นะคะ

 

มา...เรามา...ก้าวย่าง 2 เท้าไปด้วยกัน....กับชีวิตของนักเดินทาง....

 

------------------- = (^_^)= ----------------------

 

19.00 น.  กลับมาอัพเดทเรื่องราวแล้วค่ะ...

พร้อมรึยังค่ะ....เริ่มเลยนะคะ......ป่ะ...เราไปกันเลย Let's go!

 

การเดินทาง...ทริปเดินป่าครั้งนี้...ไปกับพี่ ๆ ที่พอจะรู้จักกันน่ะค่ะ ในคลับเรารักโปสการ์ด...

ตอนแรกตั้งใจจะไปทริปเหมืองโซน โตนพันเมตร...ที่จังหวัดระนอง แต่ผิดพลาดทางเทคนิค

เลยเปลี่ยนแผนการณ์มุ่งหน้าไปที่เขาหลวง นครศรีธรรมราชแทนค่ะ

ตอนแรกไม่ทราบหรอกว่าจะไปยอดเขาไหนกัน... แต่ก็ได้ทราบเมื่อไปถึงนครค่ะ ว่าจุดหมายที่ไปคือ "ยอดพรหมโลก" 

 

บอกได้เลยว่าทริปเดินป่าครั้งนี้...

เป็นทริปแรกที่ขจัด "ความกลัว" ภาคใต้ให้หมดไปจากใจของนักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ ได้

คือเรื่องนี้....เป็นเรื่องราวฝังใจตั้งแต่ตอนเด็ก ๆ  แล้วค่ะ

ที่เกิด "ความกลัว" ภาคใต้ของประเทศไทย...โดยไม่ทราบสาเหตุ...ลึก ๆ ในใจแล้ว เป็นอย่างนี้จริง ๆ

เพราะอะไรไม่ทราบเหมือนกันค่ะ เหมือนเป็นความรู้สึกลึก ๆ ภายในใจ ที่ไม่เคยบอกใครเหมือนกัน

ตั้งแต่จำความได้ค่ะ...

และเคยตั้งใจไว้ว่า ในชีวิตนี้จะไม่ก้าวล้ำไปที่ภาคใต้เป็นอันขาดถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ...

แต่ในชีวิตจริง ก็เคยเดินทางไปภาคใต้เหมือนกันนะคะ แต่ไม่บ่อย...

ลงไปใต้สุดจริง ๆ เลยคือจังหวัดชุมพร... แค่นั้นเองค่ะ ถ้าใต้กว่านั้นยังไม่เคยไป...

ด้วยเนื่องมาจากความกลัวอย่างที่บอก เลยไม่กล้าที่จะเดินทางไป...

 

------------------- = (^_^)= ----------------------

 

แต่เป็นคน "ชอบ" มองภาพทะเลของภาคใต้นะคะ... เวลาที่ใครไปเที่ยวมาแล้วนำภาพสวย ๆ มาฝากกัน

บรรยากาศดี...สวย...ชอบค่ะ...ชอบดู...ชอบสีสันของท้องฟ้า และ สีสันของผืนน้ำที่เรียกว่า "ทะเล"

ชอบเสียงคลื่น ชอบสายลม ชอบมองพระอาทิตย์ดวงโต ๆ ลาลับขอบฟ้า บ้ายบาย ขอบน้ำ...

สาดแสงสะท้อนเงากับท้องทะเล สีทอง...ระยิบระยับ...

 

------------------- = (^_^)= ----------------------

 

มีคนถามว่า......กลัวแล้วไปได้ยังไง ?.... นั่นสิคะ.. 

การตัดสินใจเดินป่าในครั้งนี้...ไม่รู้อะไรมาดลใจเหมือนกัน คงเป็นความรู้สึกอยากไปแบบชั่ววูบมั๊งค่ะ...

มีพี่ในคลับฯ ไปตั้งกระทู้เชิญชวนไปเดินป่าแบบถึกและลุย... อยากไปขึ้นมาทันที...

ไม่รู้อารมณ์ไหนเหมือนกันค่ะ...ถึงทำให้ในนักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ ต้องแบกเป้ เข้าป่าเดินตามพวกเค้าไปจนได้...

อ้อ....ทริปที่ไปนี้ ไปกับทริปทัวร์ของทาร์ซานทีม... คุณบอย คุณแจง ถ้าใครได้ไปท่องที่เว็บ TKT หรือ trekkingthai.com  คงพอรู้จักทีมงานนี้เป็นอย่างดีนะคะ  

ส่วนนักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ ไม่รู้จักหรอกค่ะ... เพิ่งได้รู้จักตอนไปครั้งนี้ นี่แหล่ะ

............. 

เพิ่มเติมนิด ๆ เกี่ยวกับทีมงานนำเดินป่า...ของจังหวัดนครศรีธรรมราชนะคะ (เผื่อใครสนใจไปค่ะ)

คือว่าได้ข้อมูลเพิ่มเติมมาจาก พี่หนึ่ง ว่า จริง ๆ แล้ว ที่นครศรีธรรมราชจะมียอดเขา ทั้งหมด 11 ยอด

และแต่ละยอดเขา จะมีคนนำทางในแต่ละทีมพาไป แต่ "ทาร์ซานทีม" ที่นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ กล่าวถึง

จะเป็นคล้าย ๆ เป็นฮับ (Hub) .. อิอิ (ภาษาคอมพิวเตอร์) คือเป็น contact point  ประมาณว่า จะเป็นผู้ประสานงานคนที่สนใจเดินป่าของนครศรีธรรมราช ที่ติดต่อผ่านทางเว็บไซต์ trekkingthai ค่ะ

แล้วจะนำพาลูกทัวร์ ส่งต่อไปยังทีมงานนำเที่ยวป่าที่รับผิดชอบในแต่ละยอดเขาไป และพอดีทาร์ซานทีม เป็นทีมทีรู้จักและคุ้นเคยกับเว็บไซต์  trekkingthai เป็นอย่างดี เลยเข้ามารับหน้าที่ตรงจุดนี้ค่ะ... ประมาณว่าช่วย ๆ กันไปน่ะค่ะ

ในการเดินป่าของนครศรีธรรมราช จะต้องให้ทีมงานนำเดินป่า (ที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติเขาหลวงแล้ว) เป็นคนรับผิดชอบและพาไป... เพราะว่าทางอุทยานฯ ไม่มีเจ้าหน้าที่ ที่จะนำพาไป... ประมาณว่า "รับผิดชอบ แต่ก็มิได้นำพา" .... อิอิ   ประโยคเด็ดในนางทาสนี้ พอจะเกี่ยวกันมั๊ยคะเนี่ย...

สำหรับทีมงานที่นำพานักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ และพี่ ๆ น้อง ๆ เดินป่า เพื่อขึ้น "เขาพรหมโลก" นี้...เป็นทีมงานของ "พี่บ่าว" ค่ะ... คือทาร์ซานทีม ที่นำโดยคุณแจง จะพาพวกเราไปส่งที่บ้านพี่บ่าวค่ะ...

ในการติดต่อทีมงานนำเที่ยวป่า นอกจากติดต่อได้จากทางเว็บไซต์   trekkingthai   แล้ว ยังสามารถติดต่อทีมงานแต่ละทีมได้โดยตรงเลยนะคะ

------------------- = (^_^)= ----------------------

 

สำหรับการเดินทางไปในครั้งนี้....เดินทางไปแบบไม่ได้บอกทางบ้านให้รับทราบค่ะ...

เพราะถ้าคุณพ่อ คุณแม่ทราบ ท่านต้องคัดค้านตั้งแต่เอ่ยปากแล้ว ว่าไปจังหวัดไหน....

แห่ะ ๆ งานนี้เลยหนีไปเองค่ะ... เป็นการกระทำที่ไม่ดีนะคะ...น้อง ๆ อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างเป็นอันขาด... 

 

------------------- = (^_^)= ----------------------

 

โชคดีนะคะที่ทริปนี้ นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ เดินทางกลับมาอย่างปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน

ถ้าเหตุการณ์ไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด แล้วเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้นมา...

คุณพ่อกับคุณแม่ ญาติพี่น้องที่อยู่ข้างหลังเรา จะต้องเสียใจเป็นที่สุดแน่ ๆ เลยค่ะ... พอ ๆ กับญาติพี่น้องของพี่ ๆ ตำรวจ ทหารที่เดินทางไปทำงานที่ภาคใต้นั่นไง...

ฝากไว้หน่อยนะคะ....สำหรับน้อง ๆ  

เดินทางไปไหนมาไหน บอกให้คนที่ "เรารัก" และคนที่ "รักเรา" ได้ทราบก่อนเป็นการดีที่สุดนะคะ...

 

------------------- = (^_^)= ----------------------

 

วันแรก...  2  พฤษภาคม  51  เวลา  20.50 น.

เดินทางโดยรถทัวร์ค่ะ ออกเดินทางจากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่... ขนส่งแห่งใหม่นี่ยังไม่เคยไปเลย...

ตอนไปสายใต้ใหม่...วันนั้นฝนตกหนักด้วยค่ะ...เดินทางไกล...ทุลักทุเลมาก... เกือบตกรถค่ะงานนี้...  พอดีมีธุระที่จำเป็นต้องทำนิดหน่อยก่อนหน้านั้น  เลยทำให้ไปถึงช้ามาก...โชคดีที่ยังทันค่ะ...

 

ตอนเช้า วันใหม่...  3  พฤษภาคม  51  เวลา  06.34 น.

 

แสงแรกที่สุราษฎร์....

 

เป็นแสงแรกที่ลืมตาตื่นขึ้นมาตอนเกือบ ๆ 6 โมงเช้าของวันที่ 3  หลังจากนอนยาวแบบเมื่อยนิด ๆ มาตลอดทั้งคืนในรถ ประมาณ 9 ชั่วโมงเห็นจะได้ค่ะ เห็นแล้วสดชื่นค่ะ....  

 

จากสุราษฎร์ ไม่แน่ใจว่าอำเภออะไรนะคะ... (พอดีไม่ค่อยคุ้นเคยค่ะ ต้องขออภัยด้วย) ถ้าใครทราบก็บอกด้วยนะคะ...

ก็เดินทางไปอีกนิดหน่อยก็จะถึงเขตจังหวัดนครศรีธรรมราชแล้วค่ะ ประมาณ 80 กิโลเมตรได้มั๊งค่ะ...

จุดที่เราพากันลงรถ  คือ จุดนี้ค่ะ สี่แยกอำเภอท่าศาลา  รถทัวร์โดยสารจะจอดให้ใครที่ต้องการลง ลงที่แยกนี้...

รอกันสักแป๊บ พี่หนึ่ง (ขออนุญาตเอ่ยชื่อน๊า คุณพี่)   พี่หนึ่ง เป็นนักเดินป่าขาลุย ที่เรียกตัวเองว่า "ตากล้องนรกเมิน"  แบกเป้ แบกกล้องหนัก ๆ (ก็แค่กล้อง กับขาตั้งกล้องที่แบกไปครั้งนี้ ก็หนักเท่ากับกระเป๋าเป้ที่นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ แบกแล้วค่ะ  )  ตะลุยเดินทางมาทั่วสารทิศ ที่เป็นคนชวนเพื่อน ๆ จากคลับเรารักโปสการ์ด ของเว็บไซต์พันทิป  มาเดินป่า  มีกระทู้ในพันทิปที่เกี่ยวกับทริปนี้ของพี่หนึ่ง ที่นำภาพทริปพรหมโลก จากฝืมือของตากล้องนรกเมิน มาให้ชมด้วยนะคะ

http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E6594500/E6594500.html   ค่ะ

(งานนี้ขอบอกว่าพี่หนึ่ง เป็นคนที่หมดเงินไปกับทริปนี้แพงที่สุดถึง 23,000 บาทแน่ะ อยากรู้ว่า...ทำไม... ต้องคลิก link ไปอ่านดูค่ะ   )

 

------------------- = (^_^)= ----------------------

 

เมื่อถึงแยกท่าศาลา พี่หนึ่ง ก็ติดต่อ พี่แจง ว่ามาถึงแล้วนะคร๊าบ...พร้อมออกเดินทางกันต่อไปแล้ว....

รอกันสักพักก็มีรถกระบะจาก "ทาร์ซานทีม" มารับค่ะ... คนขับมาไม่ใช่ใคร...พี่แจงคนสวยนี่เอง...  ก่อนหน้าได้ยินแต่เสียง พอเจอตัวจริง สวย น่ารัก อัธยาศัยดี เป็นกันเองมากค่ะ ประทับใจ 

ลืมบอกไปว่า วันนั้น ตรงแยกท่าศาลา  คนที่ชอบเดินป่ามารวมตัวกันได้เกือบ 20 คนเลยนะคะ แต่ว่าจะเดินกันไปคนละเส้นทาง... (แต่ส่วนใหญ่เหมือนจะรู้จักกันหมดนะคะ เพราะว่าส่วนใหญ่นักท่องป่าเป็นชีวิตจิตใจ มักจะมาเจอกันเป็นประจำ  ยกเว้นนักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ มือใหม่หัดเดิน...ที่งานนี้ไม่รู้จักใครเลยค่ะ  ) 

สำหรับเส้นทางที่นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ ไป (เส้นพรหมโลก) จะมีกันทั้งหมด 6 คนค่ะ  แต่พวกเราทั้งหมด เกือบ 20 ชีวิต ก็พากันเคลื่อนย้ายไปกินข้าวเช้าด้วยกันในช่วงแรก... 

 

------------------- = (^_^)= ----------------------

 

ในภาพข้างล่างที่เห็นอยู่

คือ คนที่นักเดินทางตัวจิ๋วชื่นชมมากค่ะ นั่นคือ "ป้าอร" ซึ่งมีฉายาว่า "ป้าอรเดินโหด" เห็นพี่หนึ่งเรียกอย่างนี้...

ป้าอร เป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ตัวเล็กกว่านักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ มากเลยค่ะ

ตัวเล็กแต่ใจใหญ่  เดินทางคล่องแคล่ว มีความชำนาญในการเดินป่า และเดินป่าข้ามภู มาทั่วสารทิศเช่นเดียวกับ พี่หนึ่ง เหมือนกัน...

ที่นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ ยกนิ้วให้ และนับถือมาก ๆ เลย คือ ป้าอร อายุ 54 แล้วค่ะ... (ขออนุญาตออกอายุ ด้วยความเคารพนะคะป้าอร)   อีกนิดเดียวก็จะอายุเท่ากับคุณแม่ของนักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ แล้ว แต่ป้าอร ลุยมาก ๆ เลยค่ะ แข็งแรง แบกเป้ใบโต แถมด้วยอุปกรณ์ในการเดินป่าจิปาถะ อีกทั้งน้ำดื่มขวดใหญ่ (1.5 ลิตร) 2 ขวด แบบใส่น้ำเต็ม ๆ เดินขึ้นเขาได้สบายมาก ๆ คล่องแคล่วมากเลย... นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ อายุน้อยกว่า ยอมแพ้เลยค่ะ เพราะแค่น้ำ ครึ่งลิตร ขวดเล็ก ๆ ที่แบกติดเป้ขึ้นไป ก็แทบแย่แล้วค่ะ...

ขอชื่นชมป้าอรไว้ตรงนี้เลยนะคะ

จากนั้นคุณแจง...ก็พานักเดินทางทั้งหมดไปหาอะไรกินรองท้อง เพื่อเพิ่มพลังในการออกก้าวเดินกันตรงจุดนี้ค่ะ ร้านข้าวแกงข้าง ๆ ตลาดสดทับอนุสรณ์ มีกับข้าวหลายอย่างมาก แต่นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ มักจะทานข้าวเช้าได้น้อย ก็เลยกินได้แต่โจ๊กใส่ไข่ไป 1 ชามเท่านั้น...  ป้าอรก็แนะนำว่า ต้องกินข้าวแบบหนัก ๆ รองท้องไว้เยอะ ๆ นะ จะได้มีแรงเดินทาง...ต้องขอบคุณป้าอรมาก ๆ เลยค่ะ... (คราวนี้พี่หนึ่งรีบสมทบเลยว่า ต้องเชื่อฟังผู้ใหญ่ไว้บ้าง ผู้ใหญ่แนะนำ ทำตามหน่อยยยยยย... อิอิ เชื่อค่ะ)

แต่สุด ๆ แล้วค่ะ นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ ทานอะไรไม่ได้เลย นอกจากโจ๊กชามนั้นชามเดียวค่ะ

เมื่อกินอิ่มกันแล้ว ก็แยกย้ายกันไปตามอัธยาศัย ตามเส้นทางของใครที่เลือกไว้ค่ะ

พวกเรา 6 ชีวิต (ญ 3 ช 3) ก็เดินทางไปยังจุดเริ่มต้นที่เราจะเดินแล้ว นั่นคือ เขาพรหมโลก  ซึ่งเขาพรหมโลกนี้  อยู่ในท้องที่หมู่ 5 ตำบลพรหมโลก อำเภอพรหมคีรี สามารถเดินทางไปตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 4016 (นครศรีธรรมราช-พรหมคีรี) ประมาณ 18 กิโลเมตร แล้วแยกซ้ายไปตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 4132 (พรหมคีรี-พรหมโลก) อีกประมาณ 4 กิโลเมตร

 

เขาพรหมโลก -โลกของพระพรหม
ยอดเขาพรหมโลกตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาหลวง สูงจากระดับน้ำทะเล 1,631 ม.
สันเขาทอดยาวจากทิศใต้ลาดต่ำไปทางทิศเหนือ เสมือนกำแพงตั้งตระหง่านท้าลมมรสุม
ตะวันออกเฉียงใต้ที่โหมพัดจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทย  ทำให้ป่ามีสภาพดิบชื้นและ
อุดมสมบูรณ์อย่างมาก เอื้อต่อการเจริญเติบโตของพันธุ์ไม้หายากหลากชนิด อาทิ
มหาสดำ(เฟิร์นยักษ์) และบัวแฉกซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ที่หลงเหลือมาจากยุคดึกดำบรรพ์
อีกทั้งบริเวณสันมังกรซึ่งเป็นจุดสูงสุดของยอดเขาพรหมโลกยังพบกล้วยไม้ป่านานาชนิด
เกาะเกี่ยวอยู่ตามต้นไม้ตลอดสันเขาเกิดเป็นอุทยานกล้วยไม้อันงดงามยามฤดูดอกไม้บาน
และที่สันสูงสุดแห่งนี้ยังปรากฏร่องรอยสัตว์ป่าหายาก อาทิ สมเสร็จและนกกินปลีหางสีเขียว
ซึ่งเป็นนกที่แต่งแต้มสีสันไว้ถึงห้าสี แถมยังเป็นนกประจำถิ่นที่พบเฉพาะยอดเขาอินทนนท์
และยอดเขาสูงแถบนี้เท่านั้น
  

นอกจากนี้จากการที่ยอดเขาพรหมโลกมีความชุ่มชื้นสูงและอยู่ติดกับทะเล บริเวณยอดเขา
จึงฟุ้งกระจายไปด้วยละอองหมอกผสานกับกระแสลมที่พัดหวน ส่งผลให้บางเวลาที่
สภาพอากาศพอเหมาะก่อนแสงตะวันยามเช้าจะแผดกล้า จะได้ยลปุยหมอกขาวบริสุทธิ์
ที่เกาะกลุ่มกันเป็นริ้วขบวนเหมือนทะเลที่พัดระลอกคลื่นเคลื่อนหายไปทางหุบเขาทาง
ทิศตะวันตก และคราใดที่ม่านหมอกเจือจางก็ยังได้ตื่นตากับทิวทัศน์ของเมืองนครศรีธรรมราช
ตั้งแต่ภาพหมู่บ้านเชิงหุบเขาไปจรดถึงแหลมตะลุมพุกที่โค้งเรียวอยู่ในทะเลอ่าวไทย
-เนื่องจาก เขาพรหมโลกเป็นภูเขาเก่าแก่ และยังทอดตัวขวางลมมรสุมมาเนิ่นนาน สันเขาจึงเกิด
การกัดกร่อนจนพังทลายเป็นหน้าผาสูงชันยากต่อการป่ายปีนไปถึง ในอดีตจึงไม่เคยมีพรานป่า
คนใดเคยพบเส้นทางตัดสู่ยอดเขาแห่งนี้ได้เลย อย่างไรก็ตามเมื่อประมาณห้าปีที่ผ่านมา นับว่าเป็น
โชคดีของผู้ชื่นชอบการท่องป่า ที่กลุ่ม "มนุษย์ชาติรักเขาหลวง" ซึ่งเป็นนักนิยมไพรท้องถิ่นอำเภอ-
พรหมคีรี ได้ค้นพบ "สันกาวา" ซึ่งเป็นเส้นทางเพียงสายเดียวเท่านั้นที่จะนำไปสู่ยอดเขา 1,631 ม.
จึงได้ชักชวนชาวบ้านพรหมโลกตั้งกลุ่มนำนักท่องเที่ยวหวังให้ไปประสบกับความอลังการ
บนยอดเขาที่เปรียบเสมือนโลกของพระพรหมแห่งนี้ ดังนั้นหากผู้นิยมธรรมชาติและการรอนแรมในป่า
กลุ่มใด สนใจ ก็ขอเชิญแวะมาพบปะกันได้ตามที่อยู่ด้านล่าง

 (ที่มา เว็บจังหวัดนครศรีธรรมราช ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ)

 

คุณแจง  จะขับรถออกไปอีกหลายกิโลพอสมควร (60 กิโลเมตรได้มั้งค่ะ) สาว ๆ ในทริปนี้จะนั่งข้างหน้า พากันคุยไปเรื่อยถึงเส้นทางที่จะไป อย่างสนุกสนาน เฮฮา และเป็นกันเองค่ะ  งานนี้ไม่ลืมที่จะโทรบอกคุณแจงก่อนว่า ให้ช่วยนำถุงกันทากมาด้วยนะคะ เพราะว่าไม่ได้เอาไปด้วย... โรคกลัวทากขึ้นสมอง... เลยต้องห่วงเรื่องนี้พอสมควรค่ะ 

ก่อนเดินทางไปที่เขา พี่แจงจะพาพวกเราไปเตรียมตัว แต่งเนื้อแต่งตัว อาบน้ำ ปะแป้ง ทาปาก เอ๊ย... ปะแป้ง ทาปาก ไม่ต้องมากก็ได้ค่ะ  เพราะว่างานนี้ไม่เน้นสวยน๊า... เอาธรรมชาติแบบเพียว ๆ เลย... อิอิ  ที่บ้านพี่บ่าวค่ะ 

(พี่บ่าว คือ ทีมงานที่รับผิดชอบ และจะพาเราไปตามเส้นทางของเขาพรหมโลกค่ะ) 

บ้านพี่บ่าว เป็นบ้านชั้นเดียวที่จะอยู่ใกล้ ๆ กันกับบ้านพี่ ๆ ที่นำทางด้วย ที่จะเตรียมไว้ต้อนรับนักเดินทางที่จะก้าวเดิน และฝากของที่ไม่นำขึ้นไปบนเขาไว้ด้วย....

เมื่อพร้อมกันแล้ว 9 โมงกว่า ๆ ก็ออกเดินทางค่ะ จาก 6 ชีวิต ก็มีพี่ ๆ นำทางไปด้วยอีก 3 คน เพิ่มเป็น 9 คน พี่ ๆ จะเป็นคนนำทาง และจะแบกอุปกรณ์สิ่งของไปทำอาหารให้เราข้างบนเขาด้วยค่ะ ขอบอกว่าเป้ที่พี่ ๆ 3 คนแบกขึ้นไป หนักมาก ๆ หนักกว่าเป้ที่นักเดินทางตัวจิ๋วแบกหลังไป 10 เท่าเห็นจะได้  555+ (ไม่ได้เวอร์นะคะ มากขนาดนั้นเชียว...ยอมแพ้ค่ะ

 

พอเดินขึ้นไปอีกหน่อย จะเป็นน้ำตกพรหมโลกที่ชั้นแรกค่ะ...


น้ำตกพรหมโลก  เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สวยงาม  มีต้นน้ำที่เกิดจากเทือกเขาหลวง ความยาวประมาณ 30 กม. ที่นี่เค้าจะเรียกชั้นของน้ำตก ว่าหนานนะคะ มีชั้นน้ำตกประมาณ 50 ชั้น เปิดบริการให้ท่องเที่ยวได้เพียง 4 ชั้น คือ หนานวังน้ำวน, หนานวังไม้ปัก, หนานวังหัวบัว และ หนานวังอ้ายแล

ในอดีตที่แห่งนี้ เคยเป็นที่เสด็จประพาสของพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ไทย จากหลักฐานพระปรมาภิไธยย่อ "ภปร" ของ รัชกาลที่ 5 และ "วปร" ของรัชกาล 6 อยู่ด้วย....

ในปี พ.ศ. 2502 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จประพาสน้ำตกแห่งนี้ และทรงจารึกพระปรมาภิไธยย่อ “ภปร” และ “สก” ไว้ที่หน้าผาน้ำตกชั้นที่ 1 (หนานวังน้ำวน)

ที่บริเวณจุดนี้สามารถมองเห็นพระปรมาภิไธยย่อ ภปร. และ สก. ค่ะ ตรงที่ลูกศรสีชมพูชี้ค่ะ

  

เห็นแล้วสยองค่ะ "ทาก"

น่ากลัวมาก ๆ ยืด ๆ หยุ่น ๆ แถมความสามารถดีด้วยนะเออ... ขยับตัวไปทางไหน เค้ารู้ทิศทางของเราด้วยนะ หันหัวตรงดิ่งกระดึ๊บ ๆ มาหาทันที พี่หนึ่งบอกว่า เค้ารับรู้ได้จากการสั่นสะเทือน และความร้อนในตัวของคนเรานี่เอง.... อืม.... ก็ท่าจะจริงนะคะ... เพราะเห็นมากับตาแล้วว่า... ทากพวกนี้เก่งจริง ๆ ด้วยยยยย 

(รู้อีกคะว่า นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ กลัวมากมาย เดินหนี ก็กรูกันมาหาใหญ่เลยค่ะ...)

งานนี้เลยต้องวิ่งค่ะ วิ่งหนี และกรี๊ดอย่างเดียวเลยค่ะ นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ (หมดสภาพ)

 

------------------- = (^_^)= ----------------------

 

ทริก... แต่ในเอนทรี่หน้า ภาคที่ 2  จะมีวิธีที่นักเดินป่าหญิงที่น่ารักคนหนึ่ง เรียกได้ว่าเป็น "เจ้าแม่ในการเดินป่า"  (เห็นพี่หนึ่งเรียกว่า "เจ๊ข้าวขาว" เจ้าแม่เท้ากีบของเว็บ TKT เดินตะลุยไปทั่วสารทิศ ทั้งสวยและเดินป่าเก่งมาก ๆ) ที่ทริปของเราได้พบเจอกับทริปของพี่สาวสวยคนนั้นโดยบังเอิญในระหว่างทางลงเขา  ได้แนะนำวิธีการดึงทากออกจากตัว และทำยังไงไม่ให้แหยงกับทาก ให้กับนักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ ค่ะ... มีประโยชน์มากมาย

แต่นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ ก็ยังคงแหยง ๆ และยังกลัวอยู่เหมือนเดิมอยู่นั่นเอง มันหยุ่น ๆ หยุย ๆ หยึ๋ย ๆ ค่ะ   (บอกความรู้สึกไม่ถูกค่ะ แต่สรุปออกมาได้เป็นคำพวกนี้  )

เค้ามาเกาะเมื่อไหร่ ต้องขออาศัยมือของใครที่อยู่ใกล้ ๆ ตัวช่วยดึงทากออกจากตัวให้หน่อย ตลอดการเดินทางเลยค่ะ...

หลังจากพี่ข้าวขาวสอนเสร็จ ทากตัวน้อยตัวหนึ่ง ก็กระโดดเกาะที่หัวเข็มขัดเลย เดือดร้อนต้องให้พี่ข้าวขาวดึงออกให้อีก พี่ท่านก็พยายามดึงมือนักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ ให้ไปดึงออกเอง แบบกรี๊ดไป 8 ตลบค่ะ  แต่ก็หลุดออกไปได้อย่างทุลักทุเล...

ต้องขอขอบคุณมาก ๆ นะคะทุก ๆ คนเลยที่ช่วยดึงเอาทากออกจากตัวนักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ ไปได้....

 

 

ในที่สุดก็มาถึงจุดที่พักในคืนแรกค่ะ... ก่อนจะถึงยอดเขาพรหมโลกนะคะ

รู้สึกครั้งแรก... สวยดี แต่น่ากลัว เพราะวังเวง ๆ มีแต่ต้นไม้และเฟิร์นเต็มไปหมดเลย

 

ขอบอกว่า คืนแรก ณ จุดพักนอนตรงจุดนี้ (ก่อนถึงยอดเขาอีกนิ๊ดเดียว) ลมพัดแรงมาก ๆ ค่ะ เหมือนพายุพัดตลอดเวลา ทั้งคืน เสียงลมพัดเหมือนเสียงลมที่ทะเลยังไงอย่างนั้นเลย นอนฟังเสียงคลื่น เอ๊ย เสียงลม จนเพลียหลับไปบนเปลนอนและซุกตัวอยู่ในถุงนอนจนตัวกลมดิ๊ก เลยค่ะ เพราะลมแรงมากและหนาวมากมาย

เปลนอนและถุงนอนก็พอช่วยให้อบอุ่นได้เหมือนกันนะคะ

ต้องขอบคุณ "ถุงนอน" และ "เปลนอน" ที่ได้รับการอภินันทนาการจากพี่ชายสุดเฮ้ว... พี่หนึ่งของเรานั่นเอง... 

ขอบคุณมาก ๆ ค่า ที่ทำให้รอดพ้นจากอากาศอันหนาวเหน็บ ในคืนแรก ที่ป่าดึกดำบรรพ์นั้นมาได้

อิอิ  จะไปเดินป่า ไม่เอาอารายไปซ๊ากกะอย่าง โชคดีที่พี่ชายใจดีมีเตรียมไว้ให้ยื้มด้วย...ดีจริง ๆ เลยค่ะ...

 

------------------- = (^_^)= ----------------------

 

ผ่านพ้นคืนแรกมาได้  ก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงร้องเพลงเบา ๆ แต่ยังพอได้ยินนิด ๆ จากป้าอร (อารมณ์ดีจังค่ะ) และเสียงร้องเพลงแบบเสียงห้าว ๆ ของพี่ ๆ นำทาง ถ้าให้เดาน่าจะเป็นพี่ขุนส่าของเรานี่เอง... ที่มาปลุกให้ตื่นในตอนเช้า ท่ามกลางเสียงลมที่ยังแรง และอากาศยังหนาวเหมือนเดิมไม่ขาดตอน...  

อ้อ... พี่ขุนส่ายังได้ยกอาหารเช้าแบบธรรมชาติ ๆ มาให้ตรงจุดที่นอนด้วยค่ะ นั่นคือ "เห็ดหอมอ่อนลวก" ที่ลอยอยู่ในน้ำอุ่น ๆ มาเสริฟด้วย พี่ขุนส่าบอกว่าเห็ดบ้านผม...ปลูกเอง... ขอบอกว่าทั้งหวานและอร่อยมาก ๆ ได้กินแบบกรุบ ๆ กรอบ ๆ ท่ามกลางอากาศเย็น ๆ อย่างนี้รู้สึกดีค่ะ

ตื่นมาล้างหน้าล้างตา เก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ ลงเป้ แล้วพี่ ๆ นำทางทั้ง 3 คน (ลืมแนะนำไปค่ะ ว่าพี่ ๆ ทั้งสาม ชื่อ พี่ขุนส่า, พี่สา และพี่หนึ่ง) ก็เรียกไปรวมพลกินข้าวเช้ามื้อแรกในป่าดึกดำบรรพ์

ขอบอกว่าถูกใจมาก เพราะมีไข่เจียวด้วย...  

พอดีเพิ่งคุยกันตอนมื้อเย็นของเมื่อวานอยู่เลยว่า กินง่ายอยู่ง่าย แค่ไข่เจียวอย่างเดียวก็ได้แล้ว.. 

เช้านี้เลยมีเลยค่ะ ไข่เจียวหั่นเป็นชิ้น ๆ พร้อมกับใบ... ใบอะไรสักอย่างนี่แหล่ะค่ะ ทอดกรอบ กินด้วยกันกรุบกรับ ๆ อร่อยมาก ๆ นอกนั้นยังมีต้มจืดที่อร่อย และน้ำพริกกะปิด้วย... เห็นพี่ ๆ นำทางเรียกว่าน้ำพริกโจร... (ถ้าจำไม่ผิดนะคะ) พูดกันตั้งนานถึงได้รู้ว่าชื่อเดียวกันกับน้ำพริกกะปิค่ะ  

(ถ้าข้อมูลตรงนี้ผิดพลาด ต้องขออภัยด้วยนะคะ)

โดยมื้อเย็นของเมื่อวาน มีการพูดคุยกันว่า พี่ ๆ นำทางจะนำไข่ไก่ขึ้นมาด้วยรึเปล่า.... แต่มีคนพูดว่า คงไม่มีหรอก... เพราะนำไข่ไก่ขึ้นมาด้วยลำบาก... แต่ขอบอกว่าเดาผิดกันหมดเล้ย... 555+ (ที่สำคัญคนพูดคนนั้นอ่ะ เดาผิดก่อนเพื่อน  อิอิ ไม่ใช่ใครค่ะพี่ชายสุดเฮ้วของเรานั่นเอง)

ในภาพ เป็นเพื่อนร่วมทริปของเราอีก 2 คนค่ะ คือ น้องนุช และพี่ (ขอโทษนะคะลืมชื่อพี่อะค่ะ บอกเป็นชื่อจริงนะคะ) ขอเรียกชื่อจริงว่าพี่พัฒนพงศ์ ที่มาด้วยกันค่ะ...  ส่วนพี่บ่าวที่นั่งตรงริม ๆ นั้นคือพี่นำทางและเป็นพ่อครัวด้วยอีกคน นั่นคือ พี่สา ค่ะ...

 

อิ่มแล้ว... ระหว่างรอให้พ่อครัวร่างกายบึกบึนทั้ง 3 ท่านเก็บกวาดข้าวของ พวกเราต่างก็พากันเตร็ดเตร่ชมนกชมไม้ไปเรื่อย  บ้างก็ดื่มน้ำชากาแฟ และคุยกันสัพเพเหระอย่างออกรสชาติ 

ส่วนนักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ หลังจากคุยเสร็จแล้ว มีแว๊บ ๆ เดินไปถ่ายภาพตรงมุมนั้นมุมนี้บ้าง เพราะโอกาสที่จะได้มาถ่ายภาพสวย ๆ บนยอดเขาสูง ๆ นี้มีไม่บ่อยนักค่ะ สำหรับนักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ เลยขอเก็บภาพมาเยอะหน่อย

 

"เก็บไว้เพียงภาพถ่าย เหลือทิ้งไว้เพียงความทรงจำ"

 

ประโยคนี้ยังใช้ได้ค่ะ 

 

 

หลังจากเก็บข้าวเก็บของ ใส่เป้ประจำตัวของใครของตัวเองแล้ว... ก็ได้ฤกษ์ออกเดินทางสักทีค่ะ...  ประมาณ 9 นาฬิกา  20 นาที ก็เดินลัดเลาะลงมาเรื่อย ๆ แรก ๆ

พี่ขุนส่า...ก็เรียกนักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ ให้เดินนำหน้าไปก่อนเลย  (เพราะเค้าบอกว่า ต้องควบคุมตัวไว้ ม่ายงั้น มีอู้ แอบนั่งพักอีกเหมือนตอนขึ้นมาแรก ๆ ) อิอิ หมดกัน ๆ 

ไม่เป็นปัญหาค่ะ เพราะเส้นทางที่จะเดินต่อไปนี้ส่วนใหญ่เป็นทางราบแล้ว มีแบบเดินขึ้นบ้างนิดหน่อย แต่ไม่ขึ้นดิ่งแบบ 80 องศาเหมือนตอนขึ้นมา (พูดถึงแล้ว ยังเหนื่อยไม่หายค่ะ แฮ่ก ๆ ๆ ๆ แทบขาดใจเลย) แต่ก็ยังมีทั้งทางขึ้นทางลงนิด ๆ และทางเดินราบ สามารถเดินได้เรื่อย ๆ ไม่เหนื่อยมากเหมือนวันแรกค่ะ  

 

------------------- = (^_^)= ----------------------

 

ตอนแรก นักเดินทางตัวจิ่ว ^^ เดินนำหน้า แต่เดินไปเดินมา ไหงคุณอภิชาติเดินน้ำหน้าไปอย่างนี้ค่ะเนี่ย... อิอิ ภาพข้างล่างเป็นด้านหลังของเพื่อนร่วมทริปอีกคนค่ะ...

(อ้อ... และถ้าคุณอภิชาติบังเอิญเข้ามาท่องเว็บนี้... อยากฝากบอกว่า นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ ทำที่อยู่คุณหายอ่ะค่ะ ภาพที่ถ่ายไว้เลยไม่ได้ส่งไปให้เลยค่ะ) จะรออยู่รึเปล่าค่ะเนี้ย...

 

 

เดินผ่านไปตามเส้นทาง จะมีจุดให้เราได้ชมวิวกันเป็นระยะ ๆ ภาพล่างนี้ยังคงมองหายอดเขา 1,800 ที่อยู่ใกล้ ๆ กันค่ะ แต่มองไม่เห็นหรอก เห็นแต่เมฆเคลื่อนผ่านเป็นก้อน ๆ ผ่านไปผ่านมาค่ะ... ดีจริง ๆ เลย ได้ยืนบนก้อนเมฆด้วย (ไม่ใช่ตรงผาเหยียบเมฆนะคะ แต่ที่ยืนอยู่นี้ก็มีละอองเมฆลอยผ่านไปผ่านมาเหมือนกัน)  

อากาศเย็นสบาย....

 

 

จากนั้นก็ เดิน เดิน เดิน..... เดินกันไปเรื่อย ๆ เลยค่ะ สภาพจะคล้าย ๆ ภาพข้างล่างนี้ แต่มีบางที่ที่จะเป็นต้นไผ่ล้ม จะต้องให้พี่นำทางใช้มีดดายหญ้า ฟัน ๆ ออก เพื่อเปิดเส้นทาง 

 

หลังจากเดินเบียด เดินเสียดกับต้นไม้ ใบหญ้าแล้ว...

และแล้วก็ถึงป่าดึกดำบรรพ์สักที "ป่าดึกดำบรรพ์"  ที่มีทั้งมอสและเฟิร์นเกาะตามต้นไม้เต็มไปหมด...ที่ดูแล้วชุ่มชื่น  รู้สึกมีมนต์ขลัง น่ากลัวว่าจะมีสัตว์ประหลาด หรือมนุษย์ต่างดาวโผล่มาเหมือนในหนังฝรั่งยังไงไม่รู้ค่ะ...แต่สภาพรอบกายเย็นดี อากาศบริสุทธิ์มาก และเย็นมาก ๆ เลยค่ะ

สวยดีนะคะ...ลองดูสิ 

 

 

เดิน เดิน เดิน เดินไปเรื่อย ๆ ตามเส้นทางป่าดึกดำบรรพ์  และแล้วก็ใกล้จะถึงเส้นชัยแล้วค่ะ...

อีกนิดเดียวจริง ๆ พอถึงเส้นชัยแล้ว ยังมองไม่ออกเลยค่ะว่านั่นคือจุดสูงสุดของยอดเขาพรหมโลกแล้ว  อิอิ (ก็ช่างเหมือนกันเป๊ะ...กับเส้นทางที่เดินผ่านมาก่อนหน้าซะนี่กระไร)

 

และแล้วก็มาถึงแล้วค่ะ... 10 นาฬิกา 25 นาที... พิชิตยอดเขาพรหมโลกได้แล้วววว...  1,631 เมตร...

โล่งอกเลยค่ะ...หายใจได้ทั่วท้อง...หลังจากฝ่าฝัน ก้าวเดินตามเส้นทางธรรมชาติมา 1 วัน 1 คืน

(แทบแย่ค่ะ  )

ภาพล่าง ภาพแรกเป็น  "พี่ขุนส่า"  ที่เป็นทั้ง คนนำทาง เป็นลูกหาบ และเป็นพ่อครัว ที่นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ ต้องขอบคุณเป็นอย่างมาก เนื่องจากพี่ขุนส่าเป็นนักจิตวิทยาตัวยง ที่สามารถทั้งพูด ทั้งขู่ ทั้งไล่ ทั้งปลอบ ทั้งโยน (แบบแทบจะโยนทิ้ง )  นักเดินป่าที่ดูแล้วไม่ค่อยจะไหว... (อย่างนักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ อิอิ  ) ให้สามารถฮึด ๆๆๆๆ เดินขึ้นไปเรื่อย ๆ ได้ จนมาถึงยอดเขา จนได้... อ้อ... แถมยังมีชมด้วย...เป็นความสามารถของคุณพี่ขุนส่าจริง ๆ เลยค่ะงานนี้...

ก็คุณพี่ท่านจะให้นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ เดินนำทางมาก่อนเลย แล้วพี่จะคอยคุมอยู่ข้างหลัง เพื่อช่วยเคลียส์ทางให้กับเพื่อน ๆ ที่เดินตามมาด้วย เอ้อ... ดีนะคะ ปล่อยให้นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ ได้รับแผลจากการถูกกิ่งไม้เกี่ยวไปซะก่อนเพื่อนเลย... อิอิ แต่ก็โอเคค่ะ... ไม่เป็นปัญหา เพราะว่า "ศรีทนได้"  เอ๊ย ๆ ๆ นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ ทนด๊ายยยยย....

ความอดทนเป็นเลิศ เรื่องใช้แรงถึก ๆ (อันนี้พี่ ๆ ที่เดินป่าโหด ๆ มักชอบใช้คำนี้ค่ะ "ถึก ๆ" ) เดินลุย ๆ แบบนี้... ไม่ยอมแพ้ค่ะ ....ใจนะคะที่ไม่แพ้ ....แต่ร่างกายก็มีอิดออด งอแง บ้างเป็นธรรมดา ของคนที่อายุชักจะมากขึ้นทุกวัน... อิอิ  

ส่วนอีกภาพเป็นภาพของศรีทนได้ค่ะ... อิอิ....  กับเบื้องหลังอันหนา และแสนบึกบึน  555+ ช่างกล้าเอามาโชว์....

 

 

------------------- = (^_^)= ----------------------

 

ภาพข้างล่างนี้  ต้องคะยั้นคะยอให้คุณพี่หนึ่งช่วยถ่ายภาพให้หน่อย เป็นที่ระลึกน่ะค่ะ... โห...กว่าจะถ่ายภาพให้ได้มีการแหนะแหน กระทบกระเทียบ วิพากวิจารณ์กันสุดฤทธิ์ ระหว่างความสวยของคน กับความสวยธรรมชาติ ที่เทียบกันแล้วคนแพ้ธรรมชาติอย่างหลุดลุ่ย กันอย่างสนุกปาก... อ่ะ...ยอม ๆ ไม่อยากเถียงผู้อาวุโสค่ะ.....

นอกจากนั้นยังพูดถึงเรื่อง "ก้อนหิน" ที่คุณพี่หนึ่งอุตส่าห์ยกคำนี้ให้นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ มาตลอดทาง กันอย่างสนุกปากด้วย....เอิ๊ก ๆ งานนี้ไม่อยากอธิบายค่ะ ว่า ก้อนหินนี่มาเกี่ยวยังไงกะนักเดินทางตัวจิ๋ว ^^  555+  

เพราะจู่ ๆ ที่บนยอดเขา...ป้าอร ก็ถาม พี่หนึ่ง ว่า ทำไมถึงเรียกว่า "ก้อนหิน"  พอได้คำตอบสั้น ๆ เท่านั้นแหล่ะ... ฮาตรึม...หัวเราะเอิ๊กอ๊ากกันหมดเลย....  เอ้า...หัวเราะกันเข้าไปนะคะ....จำไว้ ๆ  พูดแล้วช้ำใจ... ฮึ่ม ๆ  เพราะเห็นว่าคนให้ฉายาอาวุโสกว่านะคะเนี้ย... เลยไม่อยากทำร้ายผู้อาวุโสบนยอดเขา...

เลยได้แต่ยอมรับชื่อ "ก้อนหิน" นี้ไว้โดยดุษณี... (ดุษณี - ยอมรับโดยเงียบ ๆ ไม่ต่อปากต่อคำ นิ่ง ๆ แบบยอมจำนนไปเล้ย....)

 

(คำแปล..... 

ดุษณี [N] ; silent acceptance 

Syn. ดุษณีภาพ, อาการนิ่ง, อาการเงียบ

 

ที่มา : ดิกชันนารีออนไลน์ และพจนานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน...

ไม่รู้จะมีใครเถียงรึเปล่าว่านักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ ใช้คำผิด.... อิอิ

ว่า...แทนที่จะใช้คำว่า "ยอมรับโดยดุษฎี" อย่างที่ใครพูดกัน... แต่ไม่ใช่นะคะ เพราะคำว่า "ดุษฎี" มีความหมายดังนี้ค่ะ

 

ดุษฎี [N] ; pleasure

Syn. ความยินดี, ความชื่นชม

 

นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ ไม่ได้ยินดีและชื่นชมกับคำว่า "ก้อนหิน" นี้เลยน๊า.....

(คำนี้ เจอบ่อยในข้อสอบภาษาไทยค่ะ  )

 

อิอิ ไม่สนใจค่ะ... เพราะจริง ๆ ในใจลึก ๆ แล้ว....เราไม่ยอมรับ 555+  

 

ในที่สุดก็ได้ภาพนี้มาจนได้... บอกว่าขอแบบมืด ๆ หน่อยนะ จะได้เห็นเป็นเงา ๆ สวยดี... อิอิ สวยในความมืด   ภาพด้านข้าง ของผู้หญิงธรรมดา ๆ คนหนึ่ง กับฉากหลังเป็นเมฆหมอกบนยอดเขาพรหมโลก และลมแรง ๆ พัดผมปลิว ๆ

 

------------------- = (^_^)= ----------------------

 

พี่ขุนส่า ได้บอกในระหว่างเดินทางว่า... ตรงจุดยอดเขาพรหมโลกนี้...สามารถขอพรได้ 1 ข้อนะคะ แล้วพรนั้นจะเป็นจริงค่ะ... แต่พอเอาเข้าจริง ๆ ได้มายืน ณ ยอดเขาพรหมโลก แล้วกลับลืมอธิษฐานไปซะสนิทเลยค่ะ... เสียดายจัง...

แต่พอกลับมาพูดเรื่องนี้ใหม่.... ป้าอรซึ่งเดินตามหลังนักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ พูดขึ้นมาว่า... ป้าได้ขอพรให้ทุกคนด้วยนะ "ขอให้พวกเราทุกคนเดินทางในทริปนี้โดยปลอดภัย"    แค่นี้ก็ยิ้มได้แล้วค่ะ....ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะป้าอร

ภาพข้างบนนี้  พอดีนำมาเพิ่มแสงในโปรแกรม ก็เลยมองเห็นได้ชัด แต่ภาพจริง ๆ ที่สายตามองเห็นแล้ว มืดกว่านี้นะคะ ขาวโพลนไปด้วยเมฆหมอก

หลังจากยืนอยู่ บริเวณยอดเขาสูงสุด ของเขาพรหมโลกแล้ว และมองไม่เห็นอะไรเลยในเบื้องล่าง เนื่องจากสภาพหมอกหนาตามาก ๆ ก็นั่งเล่น ยืนเล่น กันสักพัก... สายฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมานิด ๆ แล้วค่ะ... จนกระทั่ง เวลาประมาณ 10 นาฬิกา 40 นาที ของวันที่ 4 พ.ค. 2551 ก็ถึงเวลา...ที่ต้องก้าวเท้าเดินทางลงจากเขาแล้ว เพื่อไปหาที่พักใกล้ ๆ กับน้ำตกข้างล่างค่ะ...

 

 

ก่อนลงมา....

พี่ ๆ นำทางบอกว่าตรงจุดนี้คงพักคืนนี้ไม่ได้แน่ ๆ เนื่องจากว่าลมแรง อันตรายเกินไป... จึงตกลงใจเดินอ้อมเลาะสันเขาไป เพื่อพากันลงเขาไปตามเส้นทางอีกเส้นทางหนึ่ง....

ตามปกติการเดินขึ้นเขาพรหมโลก จะเดินขึ้น - ลง ที่เส้นทางเดิม

แต่ทริปการเดินป่าของเราในครั้งนี้ (เป็นทริปที่ 2) ที่พี่ ๆ นำทางตัดสินใจที่พาลงอีกทางหนึ่ง... ซึ่งพี่ ๆ ให้เหตุผลสั้น ๆ ว่า "กลับเส้นทางใหม่ พวกคุณจะได้ไม่เบื่อกันไง"    อันนี้พี่ขุนส่าบอก.....ทุกคนต่างก็เห็นด้วยค่ะ... และชื่นชอบกันด้วย....

 

------------------- = (^_^)= ----------------------

 

แต่ขอบอกว่าเส้นทางใหม่ที่ลงไปนี้ "โหด" กว่าเส้นทางขึ้นมากเลยค่ะ  

เนื่องจากมีทั้งไผ่ล้ม ต้นหวายที่มีหนามแหลม รกชัน และยังเป็นทางดิ่งลงเขาที่ลื่นด้วย เนื่องจากดินตามสันเขาโดนสายฝนโปรยปรายจนเปียก  ไม่อยากบอกเลยว่า นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ ไถลลื่นตั้งแต่ตอนลงแรก ๆ เลย โชคดีที่ยังมีกิ่งไม้ และรากไม้ที่ยังคงแข็งแรงให้ดึงไว้ก่อน ...ม่ายงั้น...มีหวังตกตุ๊บ ลงไปเบื้องล่างแล้ว...หยึย ๆ แบบไม่อยากคิดตามเลยค่ะ........

อ้อ...และที่สำคัญ...เจ้าตัวทากตัวน้อย ตัวนิด...นี่สิ... เยอะแยะมากมาย อ่ายโรคกลัวทากขึ้นสมองเลยต้องคอยกรี๊ด ๆ อยู่ในป่าเป็นระยะ ๆ เลยค่ะ

 

To Be Continue... 

(ตอนที่ 2 คลิกที่นี่)

อิอิ

ขอพักเรื่องราวการเดินป่าขึ้นยอดเขาพรหมโลก ภาคแรก  ไว้แค่นี้ก่อนนะคะ   

เพราะว่าเนื้อหาและภาพเยอะแยะมากมายค่ะ เลือกออกมาแล้วก็ไม่อยากตัดออก...

เอาไว้เอนทรีหน้าจะมาเล่าเรื่องราวตอน "ขาลง" และพากันไปพักที่น้ำตกในเบื้องล่างอีกคืนหนึ่ง

ซึ่งเป็นเส้นทางที่สุดแสนจะง่ายของนักเดินทางตัวจิ๋ว ^^  แล้วค่ะ เพราะชอบค่ะ... ขาลง ไม่ต้องใช้แรงกำลังขามากมายเหมือนตอนเดินและไต่ (แถมคลาน) ขึ้นเขามา    ขาขึ้นสารภาพว่าแทบแย่ค่ะ... แทบขาดใจ...  

แต่เส้นทางลงนี้...ก็ใช่ว่าจะง่ายอย่างที่คิด สุดแสนหฤโหดและอันตรายเหมือนกันค่ะ ที่ยึดเหนี่ยวชีวิตไว้ก็มีแต่ก้อนหิน รากไม้ และต้นไม้ต้นเล็ก ๆ ค่ะ  เพราะทั้งลื่น ทั้งเป็นป่ารก ทั้งเป็นหน้าผา และเป็นโขดหิน ด้วย.....

 

------------------- = (^_^)= ----------------------

 

แล้วอย่าลืม  กลับมาติดตามเรื่องราวภาคจบของเรื่อง กันอีกครั้งนะคะ 

ขอบคุณมากค่ะที่เข้ามาดูชม... ร่วมผจญภัย และออกเดินทางไปด้วยกันกับนักเดินทางตัวจิ๋ว...

แล้วพบกันใหม่นะคะ... อีกสักแป๊บ.... 

ก่อนไป...อยากฝากบอกว่า

 

"ธรรมชาติ สวยงามเสมอ"

 

ช่วยกันอนุรักษ์โลกใบนี้ ให้มี "สีเขียว" อย่างนี้...ตลอดไป...ถึงรุ่นลูกรุ่นหลานนะคะ

 

นี่เป็นภาพตัวอย่างของ เขาพรหมโลก ตอนที่ 2 ค่ะ

ฝากไว้ให้ดูกันเพลิน ๆ ก่อนเดินทางไปจริงในเอนทรี่หน้านะคะ

 

 

 

 

Web Site Hit Counter 

 

ขอบคุณที่ติดตามชมค่ะ  

 

เดินทางไกล ในเส้นทางป่า...

 

by : นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^

 

users online

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เดินทางในป่าน่าสนุกค่ะแต่กลัวทากมากมากเลยจริงๆ

#1 By VAR on 2008-05-13 13:22


ป่ายังสมบูรณ์อยู่เลยนะครับ สวยๆ ถ้าไม่มีทางละก็แจ๋วเลย..sad smile

#2 By :: KinG MoJi :: on 2008-05-13 13:33


พิมพ์ผิดครับ "ทาก" เป็นอะไรที่น่ากลัวจริงๆ..

#3 By :: KinG MoJi :: on 2008-05-13 13:33

น่าสนุก แต่ท่าทางจะเหนื่อยน่าดูชม sad smile

ป่านี้สวยจิงๆเลย เหมือนพวกภาพในนิยายเลยคับ

กับข้าวนี่ก่อไฟกันในป่าเลยปะคับ ผมเคยไปเดินป่าครั้งนึง กว่าจะได้กินมักกะโรนีถ้วยเดียว รอตั้งเป็น ชั่วโมงsad smile

ปล. ภาพบนยอดเขานี่น่าจะเปิดแฟลชนะคับ จะได้เห็นหน้าชัดขึ้น อิๆ

#4 By คนธรรมดา on 2008-05-13 13:40

ที่จริงบ้านเดิม
พัทลุงก้อไม่ไกลจากนครศีธรรมราชมาก
แต่ยังไม่เคยไปเดินเลยค่ะ
เคยไปกรุงชิง
บรรดาเทือกเขาภาคใต้จะเป็นป่าดิบชื้น
เป็นที่อยู่อาศัยของเพื่อนร่วมโลก
ประเภททากเหล่านี้อยู่แล้วค่ะ คงหนีไม่พ้น
เรื่องเดินป่านี่ขออำลา
เนื่องด้วยโรคข้อเข่าอักเสบบ่อยๆ
ขอแบบชมธรรมชาติในแนวราบดีกว่านะคะ
ขอขอบคุณนักเดินทางตัวจิ๋วที่นำมาแบ่งปันกันค่ะ

#5 By Nokontherock on 2008-05-13 13:47