ขอร่วมไว้อาลัยถวายแด่

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

พระพี่นางฯ ผู้เป็นที่รักยิ่งของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท

 

                                           ----------------------------

 

       ภาพจากเว็บ pixpros ค่ะ  (http://www.pixpros.net/forums/showthread.php?t=3243)

 

 

สวัสดีค่ะ

 

ขอคั่นกลางด้วยเรื่องสัพเพเหระ  เรื่องราว เรื่องเล่า เฉพาะตัวหน่อยนะคะ  

ส่วนเรื่องของแหล่งท่องเที่ยวสวย ๆ นั้นมีอยู่ในใจแล้วค่ะ แต่ยังไม่มีเวลาที่จะบันทึกออกมาเป็นตัวอักษรเท่านั้นเอง...ขอติดไว้เป็นเอนทรี่หน้านะคะ

สำหรับเอนทรี่นี้ไม่มีอะไรมาก... ขอเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาสักนิดนะคะ 

นั่นคือ เรื่องราวของ เมืองน่าน ที่คุณ STARBUCKS!  หรือคุณ "ลิงใจดี" ถามไถ่กันมาในเอนทรี่ก่อนหน้า...

อยากบอกว่า...

ที่เที่ยวของเมืองน่าน มีอยู่เยอะนะคะ 

อย่าเพิ่งเบื่อเรื่อง เมืองน่าน น๊า เพราะคุณ STARBUCKS! พูดถึงจริง ๆ

(เลยต้องกลับมาสู่ช่วงสำนึกรักบ้านเกิดอีกสักหน) 

 

Image

ภาพ "อุทยานแห่งชาติขุนน่าน"  จากเว็บกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชค่ะ  

 

จังหวัด "น่าน" หรือ "นันทบุรี" (ชื่อเดิม) หรือที่ใคร ๆ เรียกว่า "เมืองน่าน" หรือ "เมืองงาช้างดำ" 

ที่เรียกว่า "เมืองงาช้างดำ" ก็เพราะว่าที่จังหวัดน่าน จะมี งาช้างสีดำข้างซ้าย ที่ในสมัยก่อน เจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ 5 (พระยาการเมือง) ได้มาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว แต่มีข้างเดียวนะคะ ส่วนงาช้างดำอีกข้างนึงอยู่ที่ลาว และตอนนี้ "งาช้างดำ" ก็ตั้งโชว์อยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่านค่ะ และคำว่า "งาช้างดำ" ก็เป็นส่วนหนึ่งของคำขวัญจังหวัดน่านด้วย

เคยบอกไว้บ้างแล้วในเอนทรี่แรก ๆ เรื่องแหล่งท่องเที่ยวของน่าน แต่บอกไปเพียงแค่ 3 ที่เองค่ะ คือ "ดอยภูคา"  "ผาชู้" และ "ดอยเสมอดาว"  คลิกที่นี่...เพื่อไปดูเรื่องราวของดอยภูคา ผาชู้ และดอยเสมอดาวที่เคยนำเสนอไปแล้วนะคะ

ส่วนแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ยังไม่ได้บอกเลย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรม วัดวาอาราม ที่เมืองน่านก็มีเยอะนะคะ อาทิเช่น

 

วัดพระธาตุแช่แห้ง  ปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่บนเนินทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่าน ประดิษฐานพระมหาชินธาตุเจ้า 7 พระองค์  ด้านข้างจะมี "พระเจ้าทันใจ" ประดิษฐานอยู่ เชื่อกันว่า ท่านสามารถบันดาลให้คำอธิษฐานเป็นจริงได้ในเร็ววัน

ทางขึ้นสู่องค์พระธาตุเป็นตัวพญานาค หน้าบันเหนือประตูทางเข้าพระวิหารเป็นปูนปั้นลายนาคเกี้ยว (พญานาคเกี่ยวกระหวัดเป็นชั้น ๆ )  ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของสกุลช่างเมืองน่านอย่างแท้จริงค่ะ   ในบริเวณใกล้เคียงจะมีพระธาตุตะโก้ง และวิหารพระพุทธไสยาสน์เก่าแก่องค์โตให้ได้กราบสักการะกันค่ะ 

เดินไปอีกหน่อยจะเป็นสวนสัตว์แช่แห้ง

(ซึ่งตอนนี้รู้สึกจะมีการย้ายสัตว์ป่าเหล่านั้นไปยังสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์แม่ฮ่องสอนนะคะ เนื่องจากที่สวนสัตว์มีสภาพทรุดโทรมอย่างต่อเนื่อง ขาดการดูแลที่ดี ทำให้สัตว์ล้มตายอยู่เรื่อย ๆ ข่าวจากเว็บ นครน่านดอทคอม ค่ะ เสียดายเหมือนกัน เพราะพื้นที่ตรงนั้นเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ให้คนไปนั่งเล่น ไปดูและไปให้อาหารสัตว์เพลิน ๆ ของชาวจังหวัดน่านมานานกว่า 30 ปีแล้ว)

 

วัดพระธาตุแช่แห้ง เป็น "พระธาตุประจำปีเกิด" ของคนที่เกิดปี "เถาะ" จะมีงานนมัสการพระธาตุทุกปีค่ะ

 

 

วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร   เดิมเรียกว่า "วัดหลวง" หรือ "วัดหลวงกลางเวียง" สำหรับเจ้าผู้ครองนครใช้ประกอบพิธีสำคัญทางพุทธศาสนาและพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาตามศิลาจารึกหลักที่ 74 มีอิทธิพลของศิลปะสุโขทัย มีเจดีย์ทรงลังกา (ทรงระฆัง) รอบฐานก่ออิฐถือปูน และปั้นเป็นรูปช้างครึ่งตัวเอาหลังหนุน หรือ "ค้ำ" พระธาตุไว้ด้านละ 5 เชือก ตรงมุม 4 มุม มีอีกมุมละเชือก ภายในวิหาร ประดิษฐาน "พระพุทธนันทบุรีศรีศากยมุนี" พระพุทธรูปสำริดปางประทานอภัย ศิลปะเชียงแสน มีส่วนผสมของทองคำ 65% เป็นฝีมือสกุลช่างน่านที่มีพุทธลักษณะที่งดงามยิ่ง

 

วัดพระธาตุเขาน้อย องค์พระธาตุตั้งอยู่บนเนินเขาน้อย  ด้านทิศตะวันตกของตัวเมืองน่าน เป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทั้งองค์ ศิลปะพม่าผสมล้านนา ภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่นั่นจะมีลานชมทิวทัศน์ประดิษฐาน "พระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน" พระพุทธรูปปางประทานพร บนฐานดอกบัวสูงสง่าสวยงาม บนยอดพระเกศาทำจากทองคำหนัก 27 บาท ตรงจุดนั้น สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์โดยรอบของตัวเมืองน่านได้สุดลูกหูลูกตาค่ะ  

(บรรยากาศดี นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ เคยขึ้นไปบนนั้นบ่อยเหมือนกันค่ะ  ทางขึ้นสามารถนำรถยนต์ขับขึ้นไปถึงพระธาตุได้เลย หรือจะจอดรถไว้ประมาณช่วงกลาง ๆ แล้วเดินขึ้นบันไดไปประมาณ 300 กว่าขั้น ... เคยเดินและวิ่งขึ้นไปแล้ว เหนื่อยหอบไปตาม ๆ กันค่ะ 55+  ) 

 

 

วัดภูมินทร์ เป็นวัดหลวงอยู่ใกล้วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร แต่เดิมมีชื่อว่า "วัดพรหมมินทร์" แต่ในภายหลังถูกเรียกว่า "วัดภูมินทร์" มีวิหารหลวงเป็นทรงจตุรมุขหนึ่งเดียวในประเทศไทย มองดูคล้ายตั้งอยู่บนหลังพญานาค 2 ตัว พระประธานจตุรมุของค์ใหญ่หันหลังชนกันทั้งสี่ทิศสวยงามมาก ภายในวิหารมี "ฮูบแต้ม" หรือ "จิตรกรรมฝาผนัง" เก่าแก่ลายชาดก รวมไปถึงภาพวิถีชีวิตคนเมืองในสมัยนั้น มีรูป "ปู่ม่าน ย่าม่าน" เป็นภาพที่ได้รับการยกย่องว่างดงามเยี่ยมของวัดภูมินทร์ 

รัฐบาลเคยนำภาพวัดภูมินทร์ ตีพิมพ์ลงบนธนบัตรฉบับละ 1 บาท เมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วย ถ้าใครไม่ได้ไปน่าน ก็สามารถดูวัดภูมินทร์จำลอง ได้ที่เมืองจำลอง จังหวัดสมุทรปราการได้นะคะ

 

 

 

วัดมิ่งเมือง มีลักษณะเด่นคือ ลายปูนปั้นที่ผนังด้านนอกของพระอุโบสถ เป็นฝีมือตระกูลช่างเชียงแสน ที่มีความวิจิตรดงามมาก ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังแสดงวิถีชีวิตของชาวเมืองน่าน วาดโดยฝีมือช่างท้องถิ่นยุคปัจจุบัน ในบริเวณวัดเป็นที่ประดิษฐาน "เสาหลักเมือง" ซึ่งอยู่ในศาลาจตุรมุขด้านหน้าพระอุโบสถค่ะ อยู่ตรงข้าม "โรงเรียนราชานุบาล" ซึ่งเป็นโรงเรียนประถมที่นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ เคยเรียนมานั่นเองค่ะ 

วัดสวนตาล สร้างขึ้นเมือ พ.ศ. 1770 เจดีย์มีสัณฐานงดงาม ชั้นล่างมีซุ้มประตูทั้งสี่ทิศ ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปทองสำริดองค์ใหญ่ ปางมารวิชัย "พระเจ้าทองทิพย์" ซึ่งพระเจ้าติโลกราชแห่งนครเชียงใหม่ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 1992 มีงานนมัสการและสรงน้ำประจำทุกปีในช่วงกลางวันและกลางคืนของเทศกาลสงกรานต์    

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน อยู่ตรงข้ามกับ "วัดพระธาตุช้างค้ำ" เป็นอาคารศิลปะแบบยุโรป เดิมเป็น "หอคำ" เป็นที่ประทับและที่ว่าราชการของพระเจ้าสุรยพงษ์ผลิตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2475

ภายในพิพิธภัณฑ์ชั้นบนจัดแสดงงาช้างดำ วัตถุมงคลคู่บ้านคู่เมืองน่าน, เครื่องปั้นดินเผาเคลือบโบราณ,  พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะล้านนา อิทธิพลศิลปะพม่า, พานพระศรีเครื่องลงยา ซึ่งเป็นเครื่องประกอบอิสริยยศของเจ้าผู้ครองนครน่านองค์สุดท้าย

ส่วนชั้นล่างจะแสดงเทศกาลประเพณีที่สำคัญ ๆ เช่นการสืบชะตา, การแข่งเรือ รวมไปถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชนเผ่าต่าง ๆ ในจังหวัดน่าน ค่ะ ตัวอาคารมีความโปร่ง มีหน้าต่างโดยรอบ ทำให้รู้สึกเหมือนเดินอยู่ในบ้านมากกว่าเดินอยู่ในพิพิธภัณฑ์ค่ะ  

แหล่งเตาเผาและเครื่องเคลือบบ้านบ่อสวก เป็นแหล่งเตาเผาโบราณ ซึ่งถูกค้นพบ และมีคุณค่าทางโบราณคดี

ส่วนที่ต่างอำเภอก็จะมี วัดหนองบัว, วัดหนองแดง, อนุสาวรีย์วีรกรรมอำเภอทุ่งช้าง  และอีกหลายที่ที่ไม่ได้กล่าวถึงค่ะ

 

   ภาพ "ดอยวาว" จากเว็บทัวร์ไทยดอทคอม (http://www.tourthai.com/) นะคะ  

 

นอกเหนือจากวัดวาอารามแล้ว เมืองน่านซึ่งเป็นเมืองที่โอบล้อมด้วยภูเขา จึงมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติให้เที่ยวชมมากมาย มีอุทยานแห่งชาติอยู่ในจังหวัดน่าน 7 แห่ง แต่ละแห่งจะมีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักกันดี ดังนี้นะคะ

อุทยานแห่งชาติขุนสถาน ครอบคลุม อ.นาน้อย อ.นาหมื่น (ศาลเจ้าพ่อเขาครึ่ง, น้ำน่านตอนบนเขื่อนสิริกิติ์, ดอยกู่สถาน, ดอยแม่จอก, ถ้ำละโอ่ง, กาดวัว, น้ำตกขุนลี, น้ำตกตาดหมอก, น้ำตกผาแดง)

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ครอบคลุม อ.นาน้อย อ.นาหมื่น (แก่งหลวงน้ำน่าน, ดอยผาชู้, ดอยเสมอดาวและผาหัวสิงห์, ดอยจำลึก, เสาดินและคอกเสือ, ทะเลสาปปากนาย, ทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำน่าน)

อุทยานแห่งชาติแม่จริม ครอบคลุม อ.แม่จริม อ.เวียงสา  (ล่องแก่งลำน้ำว้า, เส้นทางเดินป่าลำน้ำแปง, เส้นทางเดินป่าบ้านน้ำพาง-บ้านร่มเกล้า, เส้นทางปีนผาหน่อ, หมู่บ้านชาวเขาบ้านร่มเกล้า, เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ดอก "ชบาป่า")

อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ครอบคลุม อ.ปัว, อ.ท่าวังผา, อ.ทุ่งช้าง, อ.เชียงกลาง, อ.บ่อเกลือ, อ.สันติสุข, อ.เฉลิมพระเกียรติ และ อ.แม่จริม (ต้นชมพูภูคา, ป่าปาล์มดึกดำบรรพ์ เต่าร้างพันปี, สุสานหอย 218 ล้านปี, ดอยภูแว, ถ้ำผาฆ้อง, ธารน้ำลอด, น้ำตกต้นตอง, น้ำตกตาดหลวง, น้ำตกภูฟ้า, น้ำตกวังเปียน, น้ำตกศิลาเพชร, เส้นทางศึกษาธรรมชาติ)   

อุทยานแห่งชาตินันทบุรี  ครอบคลุม อ.ท่าวังผา อ.เมือง อ.บ้านหลวง (ดอยผาจิ และ ดอยผาช้าง, ดอยวาว,  เทือกเขาหินปูน ถ้ำผาตูล และหนองน้ำน่าน, น้ำตกดอยหมอก, น้ำตกตาดฟ้าร้อง, น้ำตกสองแคว, น้ำตกสันติสุข, น้ำตกห้วยพริก, บ่อน้ำพุร้อนบ้านน้ำกิ, อ่างเก็บน้ำห้วยสีพัน, โบราณสถานภู่เขาเขียว, เส้นทางยุทธศาสตร์และถ้ำดอยผาจิ, ถิ่นที่อยูอาศัยชนเผ่าผีตองเหลือง)

อุทยานแห่งชาติถ้ำสะเกิน ครอบคลุม อ.ท่าวังผา, อ.เชียงกลาง, อ.ทุ่งช้าง, อ.สองแคว จ.น่าน และ อ.เชียงคำ, อ.ปง จ.พะเยา (ดอยภูลังกา, ถ้ำปลากั้ง, ถ้ำหลวงสะเกิน, น้ำตกผาธาร, น้ำตกผาลาด, น้ำตกหงษ์เวียงจันทร์, น้ำตกห้วยหาด) 

อุทยานแห่งชาติขุนน่าน ครอบคลุม อ.บ่อเกลือ (น้ำตกบ้านเด่น, น้ำตกสะปัน, น้ำตกห้วยตี๋, น้ำตกห้วยห้า, ลำน้ำว้า, เส้นทางศึกษาธรรมชาติ)

 

Image

ภาพ "อุทยานแห่งชาติขุนสถาน" จากเว็บกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชนะคะ   

 

สำหรับการกลับไปน่านครั้งนี้ ไม่ค่อยได้ตะเวนท่องเที่ยวไปแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติเลยค่ะ ส่วนใหญ่มักจะอยู่สังสรรค์กับญาติพี่น้อง และผองเพื่อน กันอย่างอบอุ่นและเฮฮาในตัวเมืองน่านเท่านั้น  

ช่วงที่ไป เป็นช่วงที่ทางจังหวัด จัดงาน ถนนคนเดิน (งานไนท์) (วันที่ 28-30 ธ.ค. 2550) จะมีการปิดเส้นทางจราจรทั้งเส้น ตรงตลาดสดเทศบาลเมืองน่าน หรือหน้าโรงแรมเทวราชตลอดทั้งเส้นทาง เพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินชมซื้อสินค้า และชิมอาหารตามทาง มีคนไปกันเยอะแยะ มีการจัดประกวดเทพธิดางานไนท์ และมีสินค้ามาขายกันพรึบพรั่บเลยค่ะ   

นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ ก็ไปเดินเฮฮากะกลุ่มเพื่อน ๆ อยู่พักใหญ่ แล้วก็ไปเฮฮาปาร์ตี้กันต่อ ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันตามประสาเพื่อน ๆ ที่ไม่ได้เจอะเจอกันนาน วันนั้นไปร้าน Runway เยื้อง ๆ สนามบินน่าน แล้วก็ไปนั่งกินปลาฟังเพลงที่ร้านวีระชลทะเลเผากันต่อ อิ่มเอม และ สนุกสนานกันน่าดู

ส่วนบรรยากาศตอนกลางคืนของเมืองน่าน เคยเงียบสงบยังไง ก็ยังคงเป็นอย่างนั้น (ชอบนะคะที่เมืองน่านยังคงเป็นอย่างนี้อยู่)  เมืองเงียบสงบ บรรยากาศดี ผู้คนมีน้ำจิตน้ำใจ...

ตามปกติในตอนกลางคืนก็ไม่ค่อยจะมีรถราออกมาวิ่งบนถนนสักเท่าไหร่ ตั้งแต่เวลาประมาณ 3 ทุ่มขึ้นไป (บางวันก็ 2 ทุ่มกว่า ๆ เห็นจะได้) คนส่วนใหญ่ก็มักจะอยู่แต่ในบ้าน ดูหนัง ดูละคร พร้อมหน้าพร้อมตากัน เตรียมตัวเข้านอนกันแล้วค่ะ บนถนนจึงเงียบเหงาน่าดู จะมีก็แต่พ่อค้าแม่ขาย ที่ยังมีภารกิจต้องขายอาหารการกินตอนกลางคืน และผู้คนที่นิยมออกมาหาอะไรอร่อย ๆ กินรองท้องตอนดึก ๆ เท่านั้นค่ะ 

ส่วนคนที่นิยมเที่ยวกลางคืน ไปเที่ยวเมืองน่านแล้วอาจจะไม่คุ้นเคย เพราะไม่ค่อยมีแหล่งแสงสีให้เที่ยวสักเท่าไหร่ ถึงมีก็จะเพียงแค่แห่ง สองแห่ง เท่านั้นค่ะ  

พูดถึงตรงนี้

บางคนอาจจะกระหวัดนึกไปว่าในตัว "เมืองน่าน" จะต้องเป็นเมืองที่มืดมิด เงียบเหงา มีแต่ภูเขาล้อมรอบแน่เลย 55+ ไม่ใช่นะคะ ไม่ได้ถึงขนาดไม่มีน้ำไฟฟ้าประปาใช้นะคะ ตึกรามบ้านช่อง น้ำไฟ มีตามปกติ เพียงแต่ไม่ค่อยมีแหล่งท่องเที่ยวของผู้ใหญ่ หรือสถานบันเทิงให้ผู้ชื่นชอบสักเท่าไหร่ เท่านั้นเองค่ะ

ได้กลับไปทุกครั้ง ก็ยังรู้สึกดีกับเมืองน่าน รู้สึกดี จนไม่อยากกลับมาที่กรุงเทพฯ เลย  

(แต่ด้วยภารกิจและหน้าที่ ก็ต้องมา  )

ส่วนสภาพอากาศ ช่วงที่ไป (ช่วงปีใหม่) นั้น ในตัวเมืองน่านไม่ค่อยหนาวสักเท่าไหร่ ลมเย็นก็พัดปกติไม่มากไม่มาย (แต่ตามต่างอำเภอน่าจะหนาวเหมือนกัน) กลับมาถึงกรุงเทพฯ ที่กรุงเทพฯ ยังหนาวกว่าอีกแน่ะ ลมพัดมาแต่ละทีนี่เย็นมาก น้ำก็เย็นเจี๊ยบ แทบจะวิ่งผ่านน้ำเอาให้ได้เลย อิอิ

 

ชีวิตนักเดินทาง สบาย สบาย และก็ต้องใช้ชีวิตตามปกติกันในเมืองหลวงต่อไป...เอวัง

ขอจบเนื้อหาท่องเที่ยวเมืองน่านแบบสัพเพเหระ เพียงเท่านี้นะค่ะ

 

-------------------- =(^_^)= ---------------------

 

ปล. ใครที่เคยเข้ามาอ่านแล้ว อาจจะไม่เหมือนที่บันทึกไว้ครั้งแรกนะคะ 

เพราะเอนทรีนี้ เขียนขึ้นใหม่อีกรอบค่ะ 

ตั้งใจจะเอารูปเข้ามาใส่เพิ่มเติม...ทำไปทำมาเน็ตหลุด ข้อมูลที่บันทึกไว้ก็เลยหายไปค่อนเรื่องซะอย่างนั้นเลย... แง...   พอมานั่งบันทึกเนื้อหาอีกรอบ เลยไม่รู้จะบันทึกอะไรแล้ว   ข้อมูลใหม่ก็เลยไม่เหมือนเดิม ถูกตัดทอน และเพิ่มเติมไปเรื่อย อย่างที่เห็นนี่แหล่ะค่ะ... เฮ้อ....

 

เอนทรี่หน้า พบกับเรื่องราวของแหล่งท่องเที่ยวแหล่งต่อไปที่อยากแนะนำ... ภูสอยดาว  ค่ะ

 

แล้วอย่าลืมกลับมาเยี่ยมชมกันอีกนะคะ

 

ความสุขมากมาย...

 

by: นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

สวยจริง ๆ จ๊ะไม่เคยไปน่านเลยมีโอกาสจะไปค่ะ เพราะคุณน้าที่นับถือไปอยู่ที่น่านค่ะ อยากจะมาสารภาพว่าส่ง ส.ค.ส ไปแล้วแต่ดันลืมถามชื่อที่จะให้ส่งไปเขียนว่ารักเดินทางตัวจิ๋ว อิอิอิ บอกที่บ้านด้วยนะคะเดี๋ยวเขาจะงงซะหมดว่าใครbig smile big smile

#1 By สาวโรงงาน on 2008-01-05 08:30

ค่ะขอไว้อาลัยด้วยค่ะ

แต่การเดินทางของเรายังมีต่อค่ะ

ชอบอีกแล้วค่ะ

แต่ยังไม่เคยไปเลยค่ะ

ดูสดชื่นดีจังค่ะ ชอบๆๆ

#2 By on 2008-01-05 13:19


รอครับรอ.ภูสอยดาว เพื่อนๆไปมาแต่ผมพลาดโอกาส ดันแก้มบวมเพราะไปผ่าฟันมา sad smile

#3 By :: KinG MoJi :: on 2008-01-05 23:12

เพิ่งรู้นะนี่ว่าน่านมีชื่ออีกชื่อว่านันทบุรี..

แล้วจะมาเที่ยวภูสอยดาวนะคราบ ไงก็หาข้อมูล

เบอร์โทรศัพท์ เจ้าหน้าที่นำทางให้ด้วยก็ดีน๊าจ๊า

#4 By art on 2008-01-07 19:38

คงมีโอกาสสักครั้งที่ไปนอนเล่นที่ ดอยภูคาและดอยเสมอดาว

#5 By ภูสูง on 2008-01-08 08:12

เมืองน่าน เมืองเล็กๆ แต่แอบซ่อนแหล่งท่องเที่ยวงามๆ มากมายbig smile

#6 By จั่นเจา on 2008-01-08 12:12

เมืองที่งดงามด้วยธรรมชาติและวัฒนธรรม big smile ชอบมากมายเวลาที่เห็นคนที่เกิดในต่างจังหวัดแล้วพอถึงเทศกาลหยุดยาวก็จะมีโอกาสได้กลับไปเยี่ยมบ้าน คงเป็นความรู้สึกที่บรรยายได้ไม่ครบถ้วนแน่ๆ ค่ะ
แล้วก็กลับมาคิดถึง ชีวิตสมัยเด็กๆ อีกครั้งชนบทบ้านเกิด big smile

ดีใจที่ได้รู้จักกัน เช่นกันค่ะ ขอบคุณสำหรับมิตรไมตรีที่มีต่อกันค่ะ big smile

#7 By ~ N ~ on 2008-01-13 20:12

ผมมาอยู่เมืองน่านเกือบสองปีแล้วครับ
อยู่จนรักที่นี่แล้ว
แต่ก็น่าเสียดาย
ที่จะต้องกลับไป กทม อีกสองเดือนข้างหน้าแล้ว
แง้ๆ
ยังเที่ยวไม่หมดเลย .><.
เดือนหน้าไปชม ดอกชมพูภูคาบานกันนะครับ

#8 By Heat UP! on 2008-01-14 14:13


เข้ามาทักทายทุกคนค่ะ big smile

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์นะคะ confused smile

big smile big smile big smile
น่านมีที่เที่ยวเยอะขนาดนี้เลยเหรอเนี้ย เพิ่งรู้เหมือนกัน ไปเยือนจังหวัดนี้มาแค่ครั้งเดียวเองครับ ยังไงปีนี้จะกลับไปอีกครับ ผมชอบเมืองเล็ก ๆ อย่างนี้big smile Hot!