อาจเป็นเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ เป็นสถานที่ที่ใครเคยไปเห็นสัมผัสมาแล้วนะคะ...

แต่ใครเคยไปแล้ว จะไปอีก หรือจะเข้ามาอ่านเรื่องราวของสถานที่ที่เคยไปอีกครั้งในนี้ก็ได้นะคะ...

ถือเป็นการระลึกถึงความหลังบนเส้นทางที่เคยไปเยี่ยมเยือนเหล่านั้นไงค่ะ...   

 =(^_^)=

สถานที่ต่าง ๆ ที่บันทึกไว้ในนี้  เป็นเรื่องราวที่นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ สนใจและอยากเก็บไว้ในสมุดบันทึกเล่มเล็ก ๆ

เล่มนี้ไว้เป็นเรื่องราวและความทรงจำดี ๆ  ที่เมื่อได้กลับมาเปิดอ่านเมื่อไร ก็จะได้เห็นแต่ภาพของธรรมชาติสวย ๆ งาม ๆ

ประดับไว้บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกครั้งอยู่ร่ำไป

 

   ต้องขอขอบคุณทุกท่านเลยนะคะ

ที่สนใจแวะเข้ามาเยี่ยมชมสมุดบันทึกไร้พรมแดนเล่มนี้ของนักเดินทางตัวจิ๋ว ^^

ขอให้ทุกท่านที่เข้ามาอ่านแล้ว มีความประทับใจและรอยยิ้มเปื้อนบนใบหน้าก่อนที่จะคลิกปิดหน้าเว็บนี้ทิ้งไปนะคะ

------------------------------------------ 

 

มาเริ่มเรื่องกันเลยนะคะ.....  

ลืบเนื่องมาจากเอนทรี่ก่อนหน้า...เรื่องของวีรกรรม และธรรมชาติ ที่ "ภูหินร่องกล้า"

ถ้านักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ จะไม่แนะนำแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่บริเวณที่อยู่ใกล้เคียงนั้น อีกหลาย ๆ ที่ก็กระไรอยู่นะคะ

ไม่ว่าจะเป็นเขาค้อ ภูทับเบิก หรือไม่ก็ทุ่งโนนสน ทุ่งนางพญา และทุ่งแสลงหลวง 

 

    

 

เพราะว่าตามปกติในทุกทริปการเดินทาง บางกลุ่ม บางคน พอได้ไปท่องเที่ยวที่หนึ่งแล้ว

มักจะเดินทางต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่อื่น ๆ ซึ่งอยู่ใกล้เคียงไปด้วยเลย เพราะพื้นที่ท่องเที่ยวเหล่านั้น

สามารถเดินทางต่อเนื่องกันไปได้ และในระหว่างการเดินทาง...ก็อาจจะแวะเที่ยวชมธรรมชาติสองข้างทางไปด้วยก็ได้ 

 =(^_^)=

ในทุกเส้นทางก่อนจะถึงจุดหมาย นักเดินทางอาจจะได้พบกับสิ่งต่าง ๆ ก่อนที่จะได้พบจุดหมายที่ตั้งใจจะไป

และบางเส้นทางก็จะพบกับความอัศจรรย์ที่มีคนได้ค้นพบ  อย่างเช่น  จากบนเส้นทางเพชรบูรณ์ มุ่งหน้าไปสู่

ทุ่งแสลงหลวง  ทางหลวงที่ 2258 ประมาณ กม.ที่ 17-18  จะพบป้าย "เนินมหัศจรรย์" ที่เป็นจุดที่สามารถ

ทำให้รถยนต์ถอยหลังขึ้นเนินเขาได้ (โดยต้องปลดเกียร์ว่างก่อนนะคะ) ...ทั้ง ๆ ที่ก่อนถึงจุดสตาร์ทเพื่อทดลอง

เป็นทางลงเนินเขาต่างหาก  ที่นั่นจึงเป็นจุดที่ทำให้หลายคนถึงกับพลาดไม่ได้ที่จะขอทดลองด้วยตัวเอง

และผลที่เกิดขึ้นก็ได้ทำให้ใครต่อใครมานั่งแปลกใจ พร้อมกับหัวเราะอยู่ในรถไปตาม ๆ กัน     

 

 

ซึ่งจากการพิสูจน์ปรากฎการณ์ดังกล่าว เค้าบอกว่าเป็นภาพลวงตาค่ะ เนื่องจากเมื่อได้วัดระดับความสูงของเนินแล้ว

จะมีระดับต่ำกว่าช่วงที่เป็นทางขึ้นเนิน  ดังนั้น  รถจึงถอยหลังตามแรงโน้มถ่วงของโลกค่ะ 

=(^_^)=

นักเดินทางบางกลุ่มก็หยุดพักเพื่อพักเอาแรง หรือไม่ก็นั่งแวะชิมของอร่อย ๆ รองท้องตามร้านอาหารที่ตั้งอยู่ริมเส้นทาง

หรือไม่ก็ตั้งล้อมวงปูเสื่อจัดการกับเสบียงที่เตรียมมากันอย่างเอร็ดอร่อยท่ามกลางธรรมชาติ อากาศดี ๆ รอยยิ้ม

และเสียงหัวเราะ ของเพื่อนร่วมทาง ก่อนที่จะออกเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางข้างหน้าที่ตั้งใจ

 

สำหรับการเดินทางที่อยากแนะนำก็จะเป็น

"ทุ่งแสลงหลวง ทุ่งนางพญา และทุ่งโนนสน" ค่ะ 

( ไม่รู้เป็นไง เพียงแค่เอ่ยชื่อนี้ นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ ก็อยากไปนัก อยากไปหนาแล้ว... ) 

ผืนป่าที่มีอากาศเย็นสบาย ภายใต้ร่มเงาสน สลับกับทุ่งหญ้ากว้างไกล ทุ่งดอกไม้สวยงามละลานตา และมีเส้นทางปั่นจักรยานที่งดงามไม่แพ้ใคร 

 

อย่างที่บอกค่ะ "ทุ่งแสลงหลวง" ที่ไม่ทำให้คนไปแสลงใจ... เพราะเมื่อไปทีไรก็จะได้สัมผัสกับธรรมชาติ และอากาศที่ปราศจากมลพิษ ทำให้ชีวิตรู้สึกดีขึ้นอีกต่างหาก

มีทั้งรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ จากเพื่อนร่วมทาง  ที่ทำให้เราไม่เครียด อีกทั้งได้ปลดปล่อยตัวเองกับความเหนื่อยล้า ที่เกิดจากภาระหนักอึ้งที่ต้องนั่งรับผิดชอบในการทำงานอยู่ทุกวี่วัน ดังนั้น ในวันหยุดถ้าได้ไปพักผ่อนนอกบ้านท่ามกลางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นภูเขา หรือทะเล ก็จะส่งผลดีต่อสภาพอารมณ์ จิตใจ และร่างกายของเราค่ะ   

     

"ทุ่งแสลงหลวง"  ที่ใคร ๆ รู้จักกันดี ว่าเป็น "ทุ่งสะวันนาแห่งเมืองไทย" (ไม่ต้องไปไกลถึงแอฟริกาเลย   แต่อาจไม่ตื่นเต้นและผจญภัยเท่ากับไปเจอเสือหรือสิงโตที่แอฟริกานะคะ  ) ทุ่งแสลงหลวงอยู่บริเวณตอนใต้ของอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ไปประมาณ 60 กิโลเมตร ตั้งอยู่บริเวณ หน่วยพิทักษ์ป่าหนองแม่นา (สล.8) มีพื้นที่ประมาณ 10 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 6,250 ไร่  ( เมื่อเทียบตามหน่วยวัดพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร = 625 ไร่ค่ะ)

 

"ทุ่งแสลงหลวง"  เป็นทุ่งหญ้าโล่ง กว้างใหญ่ มีภูเขาเป็นฉากหลัง ตามเส้นทางจะตัดผ่านป่าเบญจพรรณ และพบสัตว์ป่าออกมาหากินตามข้างทางประจำ มีทิวทัศน์สวยงาม โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน หญ้าในท้องทุ่งจะเขียวขจี ส่วนในฤดูหนาว จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง และจะอ้อยอิ่งไปด้วยทะเลหมอกยามเช้าที่สยงามไม่แพ้ที่อื่น นอกจากนั้นที่นี่ยังเป็นแหล่งดูนก ดูผีเสื้อ และเป็นเส้นทางปั่นจักรยานเสือภูเขาที่มีเส้นทางที่สวยงามไม่แพ้ที่ใด

 

 

 

ที่บริเวณทุ่งแสลงหลวง จะมี "ต้นแสลงใจ" ซึ่งเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ มีผลสุกสีแสด เมล็ดให้สารเบื่อเมา ขึ้นอยู่มากมาย จึงสันนิษฐานว่าอาจเป็นที่มาของชื่อ "ทุ่งแสลงหลวง" นั่นเอง  

บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าหนองแม่นา (สล.8)  จะเป็นจุดที่สามารถมองเห็น "ทุ่งแสลงหลวง" ทอดยาวเป็นแอ่งกระทะขนาดใหญ่ มีเนินเขาน้อยใหญ่ สลับเป็นลอนคลื่น ตามแนวขอบกระทะขนาดใหญ่นี้ จะถูกห้อมล้อมไปด้วยป่าสน ป่าดงดิบเขา และป่าเบญจพรรณ ซึ่งถือเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหลายสายที่ไหลลงสู่แม่น้ำน่านค่ะ

ที่หน่วยพิทักษ์ป่าหนองแม่ทา (สล.8) มีจุดให้กางเต็นท์และบ้านพักให้อยู่ในบริเวณหน่วยฯ ซึ่งแวดล้อมไปด้วยป่าเต็งรัง เนื่องจากเป็นป่าโปร่งจะมีนกชุกชุม ในช่วงเช้า ๆ จะพบเห็นได้ง่ายมาก เนื่องจากเป็นเวลาที่นกออกหากิน จึงเหมาะสำหรับคนชอบดูนกเป็นพิเศษ

 

 

"ทุ่งนางพญา" หรือ "ทุ่งพญาเลน"  จะอยู่ห่างออกไปประมาณ 14 กิโลเมตร อยู่บริเวณทางทิศใต้ของทุ่งแสลงหลวง  มีขนาดใหญ่ใกล้เคียงกัน และเป็นทุ่งหญ้าสะวันนา สลับกับป่าสนเขา ล้อมรอบด้วยป่าดิบเขาสวยงาม มีขนาดใกล้เคียงกับทุ่งแสลงหลวง มีลักษณะทางธรณีวิทยาที่ใกล้เคียงกัน พรรณพืชจะคล้ายกัน

 

 

แต่ที่นี่จะมีกลุ่มพืชสน ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น สนเหล่านี้จะเป็นสนสองใบที่มีขนาดใหญ่ เรือนยอดเป็นพุ่มกลม ต่างไปจากสนสามใบตรงที่ลำต้นมีเปลือกเป็นร่องลึกมากกว่า และใบเป็นรูปเข็มเล็ก ลักษณะเป็นกระจุก กระจุกละ 2 ใบ สูงราว 10 - 30 เมตร  ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นเป็นหย่อม ๆ แซมอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้า ช่วงปลายฝนต้นหนาว จะมีสายหมอกลอยปกคลุมไปทั่วบริเวณ ช่วงเช้าจะมองเห็นดวงอาทิตย์ส่องแสงสีเหลืองทองผ่านทิวสนสวยงามมาก

 

 

"ทุ่งโนนสน"   เป็นทุ่งหญ้าสะวันนา อยู่ใจกลางอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง อยู่ห่างจากที่ทำการหน่วยพิทักษ์ป่าหนองแม่นา (สล.8) ไปทางเหนือ ระยะทางประมาณ 17 กิโลเมตร มีพื้นที่เพียง 5 ตารางกิโลเมตร  (ประมาณ