~ ทุ่งแสลงหลวง..ที่ไม่ทำให้ใครแสลงใจ ~
posted on 26 Dec 2007 10:39 by natta99 in tourist
อาจเป็นเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ เป็นสถานที่ที่ใครเคยไปเห็นสัมผัสมาแล้วนะคะ...
แต่ใครเคยไปแล้ว จะไปอีก หรือจะเข้ามาอ่านเรื่องราวของสถานที่ที่เคยไปอีกครั้งในนี้ก็ได้นะคะ... ถือเป็นการระลึกถึงความหลังบนเส้นทางที่เคยไปเยี่ยมเยือนเหล่านั้นไงค่ะ...
=(^_^)=
สถานที่ต่าง ๆ ที่บันทึกไว้ในนี้ เป็นเรื่องราวที่นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ สนใจและอยากเก็บไว้ในสมุดบันทึกเล่มเล็ก ๆ เล่มนี้ไว้เป็นเรื่องราวและความทรงจำดี ๆ ที่เมื่อได้กลับมาเปิดอ่านเมื่อไร ก็จะได้เห็นแต่ภาพของธรรมชาติสวย ๆ งาม ๆ ประดับไว้บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกครั้งอยู่ร่ำไป
ต้องขอขอบคุณทุกท่านเลยนะคะ
ที่สนใจแวะเข้ามาเยี่ยมชมสมุดบันทึกไร้พรมแดนเล่มนี้ของนักเดินทางตัวจิ๋ว ^^
ขอให้ทุกท่านที่เข้ามาอ่านแล้ว มีความประทับใจและรอยยิ้มเปื้อนบนใบหน้าก่อนที่จะคลิกปิดหน้าเว็บนี้ทิ้งไปนะคะ
------------------------------------------
มาเริ่มเรื่องกันเลยนะคะ.....
ลืบเนื่องมาจากเอนทรี่ก่อนหน้า...เรื่องของวีรกรรม และธรรมชาติ ที่ "ภูหินร่องกล้า"
ถ้านักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ จะไม่แนะนำแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่บริเวณที่อยู่ใกล้เคียงนั้น อีกหลาย ๆ ที่ก็กระไรอยู่นะคะ ไม่ว่าจะเป็นเขาค้อ ภูทับเบิก หรือไม่ก็ทุ่งโนนสน ทุ่งนางพญา และทุ่งแสลงหลวง
เพราะว่าตามปกติในทุกทริปการเดินทาง บางกลุ่ม บางคน พอได้ไปท่องเที่ยวที่หนึ่งแล้ว มักจะเดินทางต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่อื่น ๆ ซึ่งอยู่ใกล้เคียงไปด้วยเลย เพราะพื้นที่ท่องเที่ยวเหล่านั้นสามารถเดินทางต่อเนื่องกันไปได้ และในระหว่างการเดินทาง...ก็อาจจะแวะเที่ยวชมธรรมชาติสองข้างทางไปด้วยก็ได้
=(^_^)=
ในทุกเส้นทางก่อนจะถึงจุดหมาย นักเดินทางอาจจะได้พบกับสิ่งต่าง ๆ ก่อนที่จะได้พบจุดหมายที่ตั้งใจจะไป และบางเส้นทางก็จะพบกับความอัศจรรย์ที่มีคนได้ค้นพบ อย่างเช่น จากบนเส้นทางเพชรบูรณ์ มุ่งหน้าไปสู่ทุ่งแสลงหลวง ทางหลวงที่ 2258 ประมาณ กม.ที่ 17-18 จะพบป้าย "เนินมหัศจรรย์" ที่เป็นจุดที่สามารถทำให้รถยนต์ถอยหลังขึ้นเนินเขาได้ (โดยต้องปลดเกียร์ว่างก่อนนะคะ) ...ทั้ง ๆ ที่ก่อนถึงจุดสตาร์ทเพื่อทดลอง เป็นทางลงเนินเขาต่างหาก
ที่นั่นจึงเป็นจุดที่ทำให้หลายคนถึงกับพลาดไม่ได้ที่จะขอทดลองด้วยตัวเอง และผลที่เกิดขึ้นก็ได้ทำให้ใครต่อใครมานั่งแปลกใจ พร้อมกับหัวเราะอยู่ในรถไปตาม ๆ กัน
ซึ่งจากการพิสูจน์ปรากฎการณ์ดังกล่าว เค้าบอกว่าเป็นภาพลวงตาค่ะ เนื่องจากเมื่อได้วัดระดับความสูงของเนินแล้ว จะมีระดับต่ำกว่าช่วงที่เป็นทางขึ้นเนิน ดังนั้น รถจึงถอยหลังตามแรงโน้มถ่วงของโลกค่ะ
=(^_^)=
นักเดินทางบางกลุ่มก็หยุดพักเพื่อพักเอาแรง หรือไม่ก็นั่งแวะชิมของอร่อย ๆ รองท้องตามร้านอาหารที่ตั้งอยู่ริมเส้นทาง หรือไม่ก็ตั้งล้อมวงปูเสื่อจัดการกับเสบียงที่เตรียมมากันอย่างเอร็ดอร่อยท่ามกลางธรรมชาติ อากาศดี ๆ รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ ของเพื่อนร่วมทาง ก่อนที่จะออกเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางข้างหน้าที่ตั้งใจ
สำหรับการเดินทางที่อยากแนะนำก็จะเป็น
"ทุ่งแสลงหลวง ทุ่งนางพญา และทุ่งโนนสน" ค่ะ
( ไม่รู้เป็นไง เพียงแค่เอ่ยชื่อนี้ นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ ก็อยากไปนัก อยากไปหนาแล้ว... )
ผืนป่าที่มีอากาศเย็นสบาย ภายใต้ร่มเงาสน สลับกับทุ่งหญ้ากว้างไกล ทุ่งดอกไม้สวยงามละลานตา และมีเส้นทางปั่นจักรยานที่งดงามไม่แพ้ใคร
อย่างที่บอกค่ะ "ทุ่งแสลงหลวง" ที่ไม่ทำให้คนไปแสลงใจ... เพราะเมื่อไปทีไรก็จะได้สัมผัสกับธรรมชาติ และอากาศที่ปราศจากมลพิษ ทำให้ชีวิตรู้สึกดีขึ้นอีกต่างหาก
มีทั้งรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ จากเพื่อนร่วมทาง
ที่ทำให้เราไม่เครียด อีกทั้งได้ปลดปล่อยตัวเองกับความเหนื่อยล้า ที่เกิดจากภาระหนักอึ้งที่ต้องนั่งรับผิดชอบในการทำงานอยู่ทุกวี่วัน ดังนั้น ในวันหยุดถ้าได้ไปพักผ่อนนอกบ้านท่ามกลางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นภูเขา หรือทะเล ก็จะส่งผลดีต่อสภาพอารมณ์ จิตใจ และร่างกายของเราค่ะ
"ทุ่งแสลงหลวง" ที่ใคร ๆ รู้จักกันดี ว่าเป็น "ทุ่งสะวันนาแห่งเมืองไทย" (ไม่ต้องไปไกลถึงแอฟริกาเลย
แต่อาจไม่ตื่นเต้นและผจญภัยเท่ากับไปเจอเสือหรือสิงโตที่แอฟริกานะคะ
) ทุ่งแสลงหลวงอยู่บริเวณตอนใต้ของอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ไปประมาณ 60 กิโลเมตร ตั้งอยู่บริเวณ หน่วยพิทักษ์ป่าหนองแม่นา (สล.8) มีพื้นที่ประมาณ 10 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 6,250 ไร่ ( เมื่อเทียบตามหน่วยวัดพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร = 625 ไร่ค่ะ)
"ทุ่งแสลงหลวง" เป็นทุ่งหญ้าโล่ง กว้างใหญ่ มีภูเขาเป็นฉากหลัง ตามเส้นทางจะตัดผ่านป่าเบญจพรรณ และพบสัตว์ป่าออกมาหากินตามข้างทางประจำ มีทิวทัศน์สวยงาม โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน หญ้าในท้องทุ่งจะเขียวขจี ส่วนในฤดูหนาว จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง และจะอ้อยอิ่งไปด้วยทะเลหมอกยามเช้าที่สยงามไม่แพ้ที่อื่น นอกจากนั้นที่นี่ยังเป็นแหล่งดูนก ดูผีเสื้อ และเป็นเส้นทางปั่นจักรยานเสือภูเขาที่มีเส้นทางที่สวยงามไม่แพ้ที่ใด
ที่บริเวณทุ่งแสลงหลวง จะมี "ต้นแสลงใจ" ซึ่งเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ มีผลสุกสีแสด เมล็ดให้สารเบื่อเมา ขึ้นอยู่มากมาย จึงสันนิษฐานว่าอาจเป็นที่มาของชื่อ "ทุ่งแสลงหลวง" นั่นเอง
บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าหนองแม่นา (สล.8) จะเป็นจุดที่สามารถมองเห็น "ทุ่งแสลงหลวง" ทอดยาวเป็นแอ่งกระทะขนาดใหญ่ มีเนินเขาน้อยใหญ่ สลับเป็นลอนคลื่น ตามแนวขอบกระทะขนาดใหญ่นี้ จะถูกห้อมล้อมไปด้วยป่าสน ป่าดงดิบเขา และป่าเบญจพรรณ ซึ่งถือเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหลายสายที่ไหลลงสู่แม่น้ำน่านค่ะ
ที่หน่วยพิทักษ์ป่าหนองแม่ทา (สล.8) มีจุดให้กางเต็นท์และบ้านพักให้อยู่ในบริเวณหน่วยฯ ซึ่งแวดล้อมไปด้วยป่าเต็งรัง เนื่องจากเป็นป่าโปร่งจะมีนกชุกชุม ในช่วงเช้า ๆ จะพบเห็นได้ง่ายมาก เนื่องจากเป็นเวลาที่นกออกหากิน จึงเหมาะสำหรับคนชอบดูนกเป็นพิเศษ
"ทุ่งนางพญา" หรือ "ทุ่งพญาเลน" จะอยู่ห่างออกไปประมาณ 14 กิโลเมตร อยู่บริเวณทางทิศใต้ของทุ่งแสลงหลวง มีขนาดใหญ่ใกล้เคียงกัน และเป็นทุ่งหญ้าสะวันนา สลับกับป่าสนเขา ล้อมรอบด้วยป่าดิบเขาสวยงาม มีขนาดใกล้เคียงกับทุ่งแสลงหลวง มีลักษณะทางธรณีวิทยาที่ใกล้เคียงกัน พรรณพืชจะคล้ายกัน
แต่ที่นี่จะมีกลุ่มพืชสน ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น สนเหล่านี้จะเป็นสนสองใบที่มีขนาดใหญ่ เรือนยอดเป็นพุ่มกลม ต่างไปจากสนสามใบตรงที่ลำต้นมีเปลือกเป็นร่องลึกมากกว่า และใบเป็นรูปเข็มเล็ก ลักษณะเป็นกระจุก กระจุกละ 2 ใบ สูงราว 10 - 30 เมตร ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นเป็นหย่อม ๆ แซมอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้า ช่วงปลายฝนต้นหนาว จะมีสายหมอกลอยปกคลุมไปทั่วบริเวณ ช่วงเช้าจะมองเห็นดวงอาทิตย์ส่องแสงสีเหลืองทองผ่านทิวสนสวยงามมาก

"ทุ่งโนนสน" เป็นทุ่งหญ้าสะวันนา อยู่ใจกลางอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง อยู่ห่างจากที่ทำการหน่วยพิทักษ์ป่าหนองแม่นา (สล.8) ไปทางเหนือ ระยะทางประมาณ 17 กิโลเมตร มีพื้นที่เพียง 5 ตารางกิโลเมตร (ประมาณ 3,125 ไร่) เมื่อเดินทางถึงปากทางเข้า "ทุ่งโนนสน" จะต้องเดินเท้าผ่านทางป่าดงดิบหนาทึบของเทือกเขาปู่ ลัดเลาะขึ้นลงไปตามเส้นทางเดินป่า ประมาณ 16 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้าไม่น้อยกว่า 4-6 ชั่วโมงจึงจะถึงทุ่งโนนสน
ลักษณะของทุ่งโนนสนจะเป็นทุ่งหญ้าสลับกับป่าสนเขาที่สวยงาม คล้ายกับทุ่งแสลงหลวง และทุ่งนางพญา แต่สภาพทางธรณีวิทยาจะมีความกันดารกว่า จึงเต็มไปด้วยพืชกินสัตว์ชนิดต่าง ๆ มากมาย เพื่อนำแร่ธาตุจากสิ่งมีชีวิตมาทดแทนแร่ธาตุจากดิน จึงมีสีสันสวยงามเพื่อล่อให้เหยื่อซึ่งเป็นแมลงขนาดเล็กเข้ามาติดกับดัก สามารถพบเห็นสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น ช้าง เก้ง กวางป่า ลิงค่าง หมูป่า ฯลฯ ได้ไม่ยาก
โดยเฉพาะในช่วงปลายฝนต้นหนาว ตามบริเวณลานหินจะเต็มไปด้วยดอกไม้เล็ก ๆ และกล้วยไม้ดินนานาชนิดละลานตา เช่น มณีเทวา ดุสิตา สร้อยสุวรรณา กระดุมเงิน กระดุมทอง สรัสจันทร์ กระเจียว เอื้องม้าวิ่ง ยี่โถ ปีนัง ฯลฯ และจะมีชื่อเรียกเฉพาะตามพื้นที่ต่าง ๆ ในบริเวณนี้อีกหลายชื่อ เช่น ทุ่งกวางด่อน ลานดุสิตา ลานสารพันดอกไม้ ลานกำแพงเมือง เป็นต้น ปัจจุบันเป็นที่นิยมสำหรับกิจกรรมดูทุ่งดอกไม้ และปั่นจักรยานเสือภูเขาเช่นกัน
ทุ่งสะวันนาเมืองไทยทั้งสามแหล่งนี้
อยู่ในเขตพื้นที่ของ อุทยานแหล่งชาติทุ่งแสลงหลวง นะคะ เหมาะที่จะเข้าไปท่องเที่ยวในช่วงปลายฤดูฝน ต้นฤดูหนาวมาก (พ.ย. - ก.พ.) เพราะสีสันของดอกไม้และทุ่งหญ้าจะสวยงามมาก แต่ถ้าไปช่วงหน้าฝน ให้ระมัดระวังเรื่องเส้นทางที่เป็นเลนโคลน อาจทำให้รถติดหล่มได้ง่าย และบางที่เป็นภูเขาสูงชัน
นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^ แนะนำว่าควรใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อค่ะ และก่อนไปควรสอบถามเส้นทางจากเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ก่อนนะคะ
ต่อไปเรามาทำความรู้จักอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง กันหน่อยค่ะ
อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ตั้งอยู่บนเทือกเขาเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขต ระหว่าง จ.พิษณุโลก และ จ.เพชรบูรณ์ค่ะ เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ ประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2506 มีพื้นที่ประมาณ 789,000 ไร่ ครอบคลุมอาณาบริเวณ อ.วังทอง อ.นครไทย อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก และ อ.เขาค้อ อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ มีลักษณะเป็นภูเขาสูงคล้ายหลังเต่า ใหญ่เล็กสลับกันเป็นลอนคลื่น ทางด้านตะวันตกเป็นเขาหินปูน ทอดเป็นแนวยาวจากเหนือจรดใต้ จุดที่สูงที่สุดคือ บริเวณเขาแค สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,028 เมตร
ต้องการทราบความเป็นมาการจัดตั้งอุทยาน คลิกที่นี่ค่ะ

ที่อุทยานฯ จะมีโครงกระดูกช้างไว้ให้ศึกษา และมีป้ายบอกพิกัดที่เก๋ไก๋ให้มองเห็นเด่นชัดด้วย
บริเวณรอบอุทยานฯ จะหลากหลายไปด้วยสภาพนิเวศที่แตกต่างกัน คือมีลักษณะเป็นท้องทุ่งโล่งกว้างใหญ่ปะปนกันตั้งแต่ ทุ่งหญ้าแบบสะวันนา ป่าดงดิบเขา ป่าสนเขา ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ น้ำตก เกาะแก่ง และถ้ำ รวมทั้งสรรพชีวิตนานาชนิด
ในอดีต พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นพื้นที่สีชมพู โดยเฉพาะบริเวณเขาค้อ ซึ่งเป็นพื้นที่ต่อเนื่องกัน ได้ถูกจัดตั้งเป็นฐานใหญ่ของกลุ่มผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ที่มุ่งหวังปลดปล่อยประเทศไทย ตามแนวคิดและอุดมการณ์ที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 - 2525 ทำให้พื้นที่หลายส่วนของอุทยานฯ ถูกบุกรุกแผ้วถางจำนวนมาก เพื่อใช้ในการเพาะปลูกสำหรับผลิตอาหารให้แก่สมาชิกพรรคฯ บริเวณนี้จึงเป็นที่ต้องห้ามสำหรับบุคคลภายนอกที่จะเข้าไปเยือน
แต่ในปัจจุบันผืนป่ายังคงความอุดมสมบูรณ์อยู่ โดยเฉพาะบริเวณแถบตอนกลาง และตะวันออกของอุทยานฯ รอให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปสัมผัส ไปดูนก ดูผีเสื้อ ดอกไม้ป่า และสัตว์ป่า ไปปักหลักกางเต็นท์ชื่นชมธรรมชาติ และไปปั่นจักรยานชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ท่ามกลางทิวสนสองข้างทาง
นอกจากนั้นยังมีเกาะแก่ง ถ้ำ และน้ำตกให้สามารถไปสัมผัสและชื่นชมอยู่หลายแห่ง เช่น แก่งวังน้ำเย็น แก่งหักไพรี ถ้ำเดือนดาว ถ้ำพระวังแดง ถ้ำค้างคาว น้ำตกแก่งซอง น้ำตกสกุโณทยาน ฯลฯ และน้ำตกที่ใคร ๆ รู้จักกันดี นั่นคือ น้ำตกแก่งโสภา ค่ะ
ใครสนใจท่องเที่ยว สอบถามเส้นทาง หรือสถานที่ท่องเที่ยวได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ของอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง 055 268019 นะคะ
ขอขอบคุณที่มาของรูปภาพสวย ๆ และเนื้อหาจากเว็บต่าง ๆ เหล่านี้ค่ะ
คลิกที่ชื่อเว็บเพื่อ Link ไปอ่านได้นะคะ
โฟโต้ออนทัวร์ดอทคอม K.วีระวัฒน์ฯ & K.กนกวรรณฯ ททท.
TU-Alumni.com ThaiForestBooking.com นายรอบรู้
EzyTrip.com Visuvat.multiply.com (ภาพสวย ๆ หลายภาพเลยค่ะ)
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (บอกเล่าความเป็นมาของการจัดตั้งอุทยานฯ ค่ะ)
เที่ยวให้สนุก ทุกการเดินทางค่ะ....ด้วยความปรารถนาดี
by : นักเดินทางตัวจิ๋ว ^^
เง้อออออ...
การ์ดน่ารักดีครับ ขอบคุณครับ
ปีใหม่มีความสุขครับ
#1 By ~MaTaBa~ ชายผู้ไม่ปะสีปะสาในการใช้ชีวิต on 2007-12-26 11:58